10 ข้อที่ได้จากสัมมนา Passion+Happiness

1.ทั้ง Passion และ Happiness สามารถเชื่อมโยงกันได้

2.อาจารย์ทำนองบอกว่า ถ้ามีการรวมกัน Passion+Happiness ได้ Energy และ Synergy

3. แนวคิดของผมเรื่องทุนแห่งความสุขมาจากตัวบุคคล ทุนแห่งความสุขคือคุณสมบัติของทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่มีคุณภาพ

4. ทุนแห่งความสุขในกฎ 11 ข้อของผม รวม Passion ด้วย เช่น ผมจะทำงานอะไร ผมจะต้องชื่นชอบงานที่ทำ ทำให้เขาทำงานได้สำเร็จ

5.ส่วนของ Bruce จะผสมกันระหว่าง

  • Passion คือตัวบุคคล มีหรือเปล่า
  • แต่จะถูกกระทบจากปัจจัยอื่นๆ เช่น วัฒนธรรม องค์กร ภาวะผู้นำของเจ้านาย ความไร้ประสิทธิภาพ

6. Bruce จะเน้น Passion ระหว่าง Life และ Work จะเกี่ยวข้องกัน แต่ผมจะเน้นเฉพาะ Work แต่ทุนแห่งความสุขใช้ได้ในกิจกรรม ครอบครัว กิจกรรมทั้งด้านสังคม และการใช้เวลาว่าง เช่น ผมบ้าอ่านหนังสือ และบ้าสรุปก็เป็น Passion อย่างหนึ่ง ทำแล้วมีความสุข นำเอาความรู้ที่ได้ไปช่วยในการทำงาน เช่น มี Energy เพราะมี idea ใหม่ๆ ในอนาคต อาจจะเพิ่มทุนแห่งความสุขที่บ้านและที่ทำงานให้ไปด้วยกัน ไม่ขัดแย้งกัน

7. ค่าเฉลี่ยในห้องมีทุนแห่งความสุขประมาณ 6-7 จาก 10 ซึ่งมีหลายคนมีระดับ 6-7 สูงสุดคือ 8

8.ในการทำ Workshop ของผมได้เพิ่มประเด็น มีทุนแห่งความสุขเน้นการปลูก ซึ่งตัวเองต้องปลูกให้ดีและการปลูกคือทางเลือก เช่น ทำงานที่ตัวเองคิดว่ามีเป้าหมาย Purpose ที่ดี แต่พอไปทำงานแล้ว จะถูกอิทธิพลจากองค์กรคือ

  • Vision ขององค์กร
  • เป้าหมายขององค์กร
  • คุณภาพของคนในองค์กร

อาจจะทำให้ความสุขไม่สำเร็จเท่าที่ควร

9. ดังนั้น จึงต้องฝึก CEO, Smart HR, Non-HR ให้เข้าใจสิ่งที่มองไม่เห็น หรือ Intangible Asset ซึ่งอยู่ข้างในของตัวบุคคล ซึ่ง CEO ที่มาจากวิทยาศาสตร์หรือวิศวะอาจจะต้องฝึกการมองปัจจัยที่มองไม่เห็นหรือ Intangible Asset เพิ่มขึ้นมากๆ

10. ผมได้ความรู้มากขึ้น เรื่องช่องว่างที่จะเพิ่มทุนแห่งความสุขของตัวบุคคล

เรื่องทุนทางอารมณ์ ซึ่งม.ล.ชาญโชติบอกว่า ต้องพูดว่าทุนการบริหารอารมณ์หรือความฉลาดทางอารมณ์ ทุนแห่งความสุขต้องบริหารอารมณ์ให้พอดีเมื่อถูกกระตุ้นและเร่งเร้า