• อ่านบันทึกนี้แล้ว ก็เห็นได้ว่า เรามีหลายอย่างที่คล้ายกัน...1) เรียนดีมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยตามกรอบของสังคมที่ขีดๆกันมาโดยไม่รู้สึกท้าทายอะไร เรียนไปตามกฎเกณฑ์ของสังคมตามหน้าที่ 2) มีความสุขกับการหาความรู้ในแบบที่ได้เรียนรู้จริงๆไม่ใช่การป้อนให้แล้วสอบแบบที่เราไม่ชอบ 3) ไม่เคยคิดว่า เราเรียนจบแล้ว ยังมีอะไรอีกมากมายที่น่าเรียนรู้ ที่เรายังไม่รู้ 4) มีความสุขในการการเป็น "แม่"และมีความเชื่อว่า "While we try to teach our children all about life, our children teach us what life is all about."  และล่าสุด 5) ตอบแบบทดสอบมนุษยสัมพันธ์ตรงกันทั้ง 6 ข้อ
    • แต่เราก็มีบางอย่างที่แตกต่างกัน...1) เธอเรียนปริญาเอกได้สำเร็จ แต่เราเองเรียนไม่สำเร็จซึ่งอาจเกิดจากการที่เราเรียน with high motivation to learn what is challenging but not what is the way to meet the success. 2) เธอทำหน้าที่แม่ได้สมบูรณ์ แต่เราเป็นแม่ที่มัวแต่ไปทุ่มเทให้กับการปิดทองใต้ฐานพระในการปฏิบัติงานวิชาชีพครู  ทำให้ลูกไม่ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ลูกทั้งสองเป็นเด็ก Top Three ของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในจังหวัดอุบลฯ
    • ประทับใจคำเชิญชวนของคุณโอ๋-อโณที่ว่า "ขอให้คุณแม่คุณพ่อคนทำงานทุกท่านที่มีลูกในวัยเด็กที่เล็กกว่า 10 ขวบใช้เวลากับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่าเห็นอะไรอื่นสำคัญกว่าเวลาที่เราจะได้เรียนรู้ไปกับลูกสมบัติหรือมรดกอะไรก็ไม่มีค่ากับตัวตนของลูกในอนาคต เท่ากับความรัก ความเข้าใจความสนุกสนานที่เรามีให้ลูกในวัยเล็กๆนี้" ซึ่งตรงกับที่ตนเองได้เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองในตอนที่ว่าด้วย "เด็กวอนสอนพ่อแม่ผู้ปกครอง" ในบันทึกเรื่อง "เด็กวอนสอนผู้ใหญ่ฯ  

                    http://www.gotoknow.org/blogs/posts/474678

                    ไม่อยากได้ยินคำพูดของเด็ก ดังภาพข้างล่าง