- อยากจะร้องไห้ พิมพ์คุยกับ "พี่วอญ่า
" เป็นชั่วโมง จากประมาณ 05.00 น. เป็นต้นมา ลืม Copy ข้อมูลไว้ เผลอไปว่าอยู่ที่ฟาร์ม มีปัญหาการใช้ Internet พอคลิกจัดเก็บ 'net หลุดข้อมูลหายหมด จะไปโทษท่านแซ้นต้าแกล้งก็ไม่ได้ ต้องโทษความสะเพร่าของตัวเอง - ต้องพักไปทำอาหารให้พ่อใหญ่สอนำไปจังหันที่วัดก่อน แล้วถึงกลับมาต่อ 'net ใหม่ ก็กว่าจะติด...เฮ้อ!
- ดีจังเลยค่ะ ที่พี่วอญ่ากล่าวถึงกัลยาณมิตร ที่ได้พบปะพูดคุยสังสรรค์ ที่วัยรุ่นเขาเรียกว่า "แบบเห็นตัวเป็นๆ" (อิจฉานิ) คิดถึงน้องกระติก คุณชำนาญ และคุณถาวรที่พี่วอญ่าได้ไปพบที่ขอนแก่นเหมือนกันนะคะ อยากเห็นหน้าได้เจรจาพูดคุยเหมือนเดิม อาทิตย์ก่อนได้เข้าไปคุยในอนุทินของน้องกระติกที่ได้รำพึงรำพันเอาไว้ตั้งแต่ พ.ย. ได้คุยเป็นหนังยาวแต่รู้สึกน้องจะไม่ได้กลับไปดู อยากเห็นรอยยิ้มสดใสของน้องกลับมาเหมือนเดิม น้องคิมก็อีกคน บ่นว่าจิตตกยังไม่ทันได้คุย หายจาก GTK ไปเลย ดูเหมือนจะไปอยู่ใน Facebook ที่น้องเองก็ไม่ค่อยได้ไปดู
- ขอแสดง "มุทิตาจิต" จากการได้เป็นคุณพ่อดีเด่นของลูกๆ และคนดีในดวงใจของน้องๆด้วยนะคะ แถมพี่ใหญ่นงนาทยังยกให้เป็นคนดีในดวงใจของชาว GTK ด้วย ซึ่งอย่างหลังก็เป็นผลจากการอุทิศตนเพื่อสังคมและการเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์อันดีกับกัลยาณมิตร GTK ของพี่วอญ่านั่นเองค่ะ น้องเองยังรู้สึกอบอุ่นเมื่อเห็นหน้าและได้เจรจากับพี่วอญ่า จนต้องขอเป็นน้อง ทั้งที่จริงๆ ไม่รู้ตามอายุแล้วใครเป็นพี่เป็นน้อง ก็ขอเป็นน้องตามความรู้สึกแล้วกันนะคะ
- มีอาจารย์ชาวสงขลาคนหนึ่ง อยู่บ้านพักติดกันตอนที่น้องไปบรรจุที่วิทยาลัยครูสุรินทร์ปี 2520 เธอเรียกน้องว่า "น้อง" และ "พี่" กลับไปกลับมา 4 เที่ยว จนน้องสับสนมากเลยถามเธอตรงๆ เธออธิบายว่า ครั้งแรกเรียกน้องเรียกตามหน้าตา ที่เปลี่ยนมาเรียกพี่เพราะรู้ภายหลังว่าจบปริญญาโทคงอายุมากว่าเธอที่จบปริญญาตรี แต่ตอนหลังดูข้อมูลในประวัติเห็นอายุน้อยกว่าจึงกลับไปเรียกว่าน้อง และสุดท้ายเรียกพี่เพราะเห็นว่าแก่ขึ้น...อิอิ ไม่ใช่...และสุดท้ายเรียกพี่เพราะเห็นวางตัวดีน่าเชื่อถือ และในที่ประชุมอาจารย์พูดจาฉะฉาน มีเหตุมีผลน่าเลื่อมใส และจะขอเรียกพี่ไปตลอด ก็แสดงว่าการที่จะเรียกว่าพี่ว่าน้องเธอเรียกตามความรู้สึก น้องก็ขอเรียกว่าพี่วอญ่าตามความรู้สึกเช่นกันนะคะ