คนไทยควรสนใจประเทศพม่ามากขึ้น

        1.  ผมทำงานให้มูลนิธิฯ มีโอกาสรู้จักพม่ามากกว่า 10 ปี มีงานทำกับพม่าเรื่อง ทุนมนุษย์หลายเรื่อง

        2.  พม่าคราวนี้ Change จริง หลังจากรัฐบาลทหารครองมานานก็เริ่มเปิดประเทศอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น

        3.  ครั้งนี้ผมเดินทางไปพุกาม ซึ่งต้องนั่งเครื่องบินไปย่างกุ้งและต่อไปอีก 1 ชั่วโมง เดินทางลำบากมาก

        4. แต่ถึงเมืองพุกามก็คุ้มค่าเป็นเมืองเก่าทางวัฒนธรรมและเต็มไปด้วยกลิ่นไอของศาสนาพุทธ มีเจดีย์เริ่มต้นกว่า 900 ปี เคยนับได้ 4,000  ปัจจุบันที่มีขึ้นทะเบียนแล้ว 2,400

        5.  ข้อแรกก็คือ มองจากมุมท่องเที่ยว คนไทยก็มี โอกาสควรจะมาดูและศึกษา ได้เห็นเปรียบเทียบไทยเมือ 50 ปี ที่แล้วเป็นอย่างนี้

 

        6.  คนไทยต้องใช้เวลาเดินทางไปเรียนรู้จากประเทศในกลุ่ม ASEAN ด้วยกันให้ถ่องแท้ รู้จริง

        7.  การขยายการท่องเที่ยวของพม่า แปลว่าประเทศไทยได้ เพราะนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาพม่าทางเครื่องบิน ขณะนี้เข้าให้ไทยเป็นทางผ่าน 62% แต่คู่แข่งในอนาคตคือ เวียดนาม ขณะนี้ผ่านเวียดนามมาถึง 22% และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

        8.  พม่าต้องการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในการท่องเที่ยวอย่างมาก รัฐบาลไทยและมูลนิธิเคยช่วยดูแลบ้างแล้ว แต่ยังไม่พอ

        9. ขณะนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวของพม่าได้ขอให้มูลนิธิและผมส่งทีมไปฝึกและสร้างทุนมนุษย์ให้แก่ทรัพยากรมนุษย์ในพม่าเรื่องการท่องเที่ยว ผมยังหาทรัพยากรไม่ได้ แต่ไปคราวนี้เขาขออีก คงต้องหาทางช่วยเขาแน่นอน ภูมิใจที่เป็นคนไทยแต่คนพม่าเห็นคุณค่าของการเรียนรู้

        10.  ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวมาในพม่าทั้งหมดประมาณ 6 – 7 แสนคนเท่านั้น แต่อัตราเพิ่มประมาณปีนี้ 25% ซึ่งภายใน 5 ปี ก็คงจะขึ้นเป็น 1 ล้าน 5 แสนคนแน่นอน

        11.  นักธุรกิจไทยก็ต้องคิดที่จะมาทำการลงทุนร่วมกับพม่าอย่างจริงใจและระยะยาวอย่าหวังผลสั้นๆ ต้องรู้จักระบบของพม่าอย่างดี ผมคิดว่าผมคงจะช่วยได้

        มูลนิธิต้องทำเป็น Knowledge Center เรื่อง HR กับ Tourism + การเงินกับ Tourism การตลาดกับ Tourism การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกับ Tourism ในพม่าอย่างแท้จริง

        12.  ไปคราวนี้ทางผู้จัด Mekong Tourism Forum ให้เกียรติผมเป็น Speaker ด้วย ผมได้เน้นว่าพม่าเป็นผู้มาที่หลังได้ บทเรียนที่ดี จากความล้มเหลวของไทย เช่น การเสื่อมโทรมของทรัพยากรท่องเที่ยวในภูเก็ตหรือสมุย แต่ก็ต้องใช้ทฤษฎี 2R’s มาจับดูว่า

  • อะไรคือสิ่งที่การท่องเที่ยวพม่าเหมาะสมและมีจุดแข็ง
  • ใช้จุดแข็งและดูบทเรียน แต่ต้องให้ตรงประเด็น (Relevance)
  • Research (วิชาการ) และ Planning
  • Private /Public participation
  • ภาคประชาชนให้มีส่วนร่วม

        คืออย่า Top down แต่ Bottom up  ด้วยคือพบกันครึ่งทาง ซึ่งคงทำยากในช่วงแรกเพราะรัฐบาลมีการควบคุมมากไป

13. สุดท้าย ทางวิชาการ ไทยมีประสบการณ์มากกว่าในการพลิกบุคลกร ระดับอาชีวะและปริญญาตรี ซึ่งบางส่วนไทยต้องปรับปรุง

        แต่ ตัวแทนมหาวิทยาลัยในพม่าต้องการมาดูงาน Study Tour  ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยวพม่าได้ขอแล้วว่าจะส่งอาจารย์มหาวิทยาลัยของพม่ามาดูงานของมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งก็จะได้ประโยชน์ทั้ง 2 ประเทศ เพราะพม่าเก่งกว่าไทยมาก เรื่องภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ไทยเก่งเรื่อง การตลาด สร้าง Brand และอาจจะช่วยร่วมมือกันได้แบบ Mutual Benefits