• เช่นเดียวกันนั้น  ผมเองก็ถามนิสิตแบบ "เปิดเปลือย" เหมือนกันว่า "เชื่อหรือเปล่าว่าชาวนา คือคนสำคัญของประเทศชาติ"  ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็คือ "เชื่อ..." ถัดจากนั้นก็ถามต่อว่า "เชื่อเพราะอะไร...เชื่อเพราะเรียนมา เชื่อเพราะได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ ..เชื่อเพราะเกิดในครอบครัวชาวนา...ฯลฯ" แน่นอนครับ  ผมไม่รอให้นิสิตได้ตอบคำถามนี้  หากแต่ผูกปมทางความคิดเข้าไปอีกเกลียวว่า "หลายคนเป็นลูกชาวนา จึงเชื่อว่าชาวนาคือบุคคลสำคัญ ความเชื่อที่ว่านั้นเกิดจากวิถีของครอบครัวเป็นที่ตั้ง แต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อเพราะได้ลงมือทำนามาด้วยตนเอง..."

  • ในอดีตที่อาจารย์แม่ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายแนะแนว 10 ปีเศษ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักศึกษาที่ยื่นใบสมัครขอรับทุน (ช่วงนั้นยังไม่มีโครงการกู้ยืมเงินเป็นค่าเล่าเรียน) พบว่า นักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกชาวนา ทุกคนไม่รู้ว่าที่บ้านมีนากี่ไร่ มีวัว/ควายกี่ตัว ได้ผลผลิตปีละเท่าไหร่ ได้ขายข้าวไหม คุ้มทุนหรือไม่ ข้าวมีกินชนปีไหม เงินที่ผู้ปกครองให้ใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนได้มาจากไหน ครอบครัวมีหนี้สินหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน กู้นอกหรือในระบบ เสียดอกเบี้ยอัตราเท่าไหร่ ฯลฯ

  • เมื่อถามว่า ได้ช่วยครอบครัวทำนาไหม แทบทุกคนตอบว่า ไม่ได้ช่วยเพราะผู้ปกครองไม่ให้ทำ ให้เรียนหนังสืออย่างเดียว เพราะฉะนั้นนักศึกษาส่วนใหญ่ที่เป็นลูกชาวนาจึง "ไม่ได้ลงมือทำนามาด้วยตนเอง" และผู้ปกครองมักจะปลูกฝังค่านิยม "การเป็นเจ้าคน นายคน" ไม่ต้องการให้ลูกๆ ลำบากเหมือนตน นักศึกษาจึงรับรู้ว่า คนที่มีอาชีพทำนาไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพของตน เห็นว่าเป็นอาชีพที่ยากจน ต้อยต่ำ จึงหาทางที่จะให้ลูกๆ ได้เล่าเรียนสูงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบากและยากจนเหมือนพ่อแม่

  • การที่ลูกแผ่นดินได้ใช้กระบวนการ เพื่อปลูกเร้าให้นิสิตนักศึกษา เห็นคุณค่าของชาวนา จึงเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง แต่ก็อยากฝากประเด็นการปลูกฝังค่านิยมของผู้ปกครอง ที่เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ดังที่กล่าวมาแล้วด้วย นะคะ