สวัสดีครับท่านอาจารย์
ผมเป็นคนหนึ่งครับที่รักลูกมาก ผมก็วิตกเหมือนกันครับว่าอาจเป็นแบบที่อาจารย์กล่าว ตอนนี้ก็ต้องมาปรับที่ตัวผมเองครับ โดยยึดหลักว่า สิ่งใดที่เป็นความสุขหากไม่เกินแก่กำลังเราให้เขาได้ เราก็จะให้ แต่สิ่งใดเกินกำลังก็ต้องบอกเขาด้วยความความจริง ในขณะที่สิ่งใดยังไม่เหมาะ ไม่ควรเวลาอันควร ถึงแม้จะเป็นความสุขของเขา ก็ต้องใช้การอธิบายให้เขาเข้าใจอย่างง่ายๆ เพราะผมคิดว่าการใช้เหตุผลช่วงวัยที่ยังเด็กเกินไปอาจยังไม่เหมาะนัก แล้วท้ายที่สุดเราเป็นฝ่ายเครียดเอง
บทเรียนที่เป็นประสบการณ์ตรงของผมอย่างหนึ่งก็คือ การสอนเขาด้วยสิ่งที่เราเป็น (สิ่งที่เป็นพฤติกรรม นิสัย ของเรา) ครั้งหนึ่งผมพยายามสอนให้เขาจัดเรียงรองเท้าที่กองอยู่หน้าบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่ได้ผลครับ จนเครียดแล้วเลิกสนใจเรื่องนี้ไป (แต่ผมจะเป็นคนจัดระเบียบรองเท้าอยู่เสมอ เวลาถอด เวลาวาง มันติดเป็นนิสัยผมแล้วครับ)วันหนึ่งเขาเดินมาถามผมว่า "คุณพ่อๆทำไมคุณพ่อต้องจัดรองเท้าให้เป็นระเบียบด้วยละคะ" เมื่อเขาถามจบผมรู้สึกงงเล็กน้อยว่าทำไมวันนี้เขาจึงมาถามผมเรื่องนี้ แต่สักพักผมก็เข้าใจครับว่าช่วงเวลานี้แหละเหมาะที่สุดเลยกับการติดตั้งสิ่งที่พึงประสงค์ให้เขา สั้นๆไม่ต้องยาว และผลที่ออกมาเกินคาดจริงๆ
แะนี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า "การสอนจากสิ่งที่เราเป็น" ครับ
ขอบคุณในองค์ความรู้ที่ดีมากๆครับผม ผมจะนำองค์ความรู้นี้มาปรับใช้กับตนเองและต่อยอดองค์ความรู้ต่อไปครับ