".....และข้อ 4.สิ่งที่หนักใจไม่น้อยคือ..ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร ในงานที่มีผู้ทำก่อนอยู่แล้ว โดยไม่ให้อาจารย์ที่ท่านสอนอยู่ มีความรู้สึกว่าโดนแทรกแซง....."

สวัสดีครับท่านอาจารย์ ผมคิดว่าในข้อที่ ๔ นี่เป็น Key ที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างแรงจูงใจคนเลยทีเดียวครับ ผมชอบในสิ่งที่อาจารย์บอกว่า "โดยไม่ให้อาจารย์ที่ท่านสอนอยู่ มีความรู้สึกว่าโดนแทรกแซง" เพราะผมเชื่อว่าคนทุกคนนั้นมีศักยภาพที่พร้อมใช้ในการทำงานให้สำเร็จด้วยตัวของเขาเอง หากเขาไม่ถูกแทรกแซงการทำงานของเขา ดังนั้นผมคิดว่าเราอาจนำหลักการของ "โค้ช" นักกีฬามาใช้ได้นะครับ เพราะโค้ช คือ "ตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง" นักกีฬาทุกคนเขามีความเก่ง มีทักษะ มีพรสวรรค์อยู่แล้วในตัว เขาสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนตัวเขาเอง เพื่อมุ่งสู่สิ่งที่ดีที่สุดได้ แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องมีโค้ช ที่ดีคอยเร่งพวกเขาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้วย

สิ่งที่โค้ชมืออาชีพเขาทำกันเท่าที่ผมพอทราบมาบ้างก็คือ "การลดความรู้สึกกลัวที่อยู่ภายในจิตใจของผู้ที่ได้รับการโค้ช" ความกลัวเป็นพื้นฐานของมนุษย์ และจะทำให้คนเราเกิดทัศนคติที่เป็นลบ เวลาที่เรามีทัศนคติที่เป็นลบ มันก็จะบั่นทอนบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเรามีอยู่ และยิ่งหากทัศนคติที่เป็นลบนานเกินไป สิ่งที่มีอยู่ก็จะถูกบั่นทอนไปเรื่อยๆจนกระทั่งไม่เหลืออะไรอีก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในการโค้ช ก็คือ การปรับเปลี่ยนความคิดของผู้ที่ได้รับการโค้ชจากลบมาเป็นบวกให้ได้ และด้วยสิ่งนี้จะทำให้การโค้ชมีคุณค่าขึ้นมาทันทีครับผม

อาจารย์ที่ท่านสอนอยู่ ท่านคือ"นักกีฬา" แต่ท่านอาจารย์ ป.เป็น "โค้ช" นะครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ท่านอาจารย์ครับผม