สวัสดีครับอาจารย์หมอปัทมาครับ

เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่จะช่วยทำให้เห็นสังคมในรายละเอียดและได้ความซาบซึ้งต่อสิ่งต่างๆในเชิงคุณค่าและความหมาย มากเข้าไปอีกน่ะครับ เป็นการช่วยให้ได้เห็นความแตกต่างและความหลากหลาย ที่ถ้าหากว่าไม่รู้และไม่มีแนวคิดในลักษณะอย่างนี้ช่วยการมอง ก็จะเห็นแต่ความดาดๆพื้นๆ ไม่มีวิธีทำประสบการณ์ที่มีความหมายดีๆ ให้มากไปกว่าการเดินผ่านกิจกรรมชีวิต แบบผ่านเลยและว่างเปล่า

หากเป็นเมื่อก่อนนี้ คนรุ่นปู่ย่าตายายและพ่อแม่ของเราแต่เก่าก่อน ก็คงสืบสานเรื่องทำนองนี้บนศาลาวัด หรือคุยกันในวงข้าวในงานบุญต่างๆ แต่พอสังคมสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก จนไม่ค่อยมีพื้นที่อย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว การนำมาชวนกันดูและแบ่งปันกันอย่างนี้ ก็น่าจะเป็นการช่วยกันให้ได้สายตาและจิตใจใหม่ๆ เมื่อออกไปสัมผัสกับสังคมรอบตัวเดิมๆ ก็กลับจะเห็นโลกที่มีความงดงามใหม่ๆเกิดขึ้นมาได้อีกอยู่เรื่อย

ตัวอย่างที่มีอยู่เป็นพื้นฐานในเวทีกิจกรรมชุมชนต่างๆเหล่านี้ หากมีแนวคิดและวิธีวิเคราะห์ได้หลากหลาย ก็จะช่วยให้การทำงานเชิงสังคมเพื่อสร้างสุขภาวะของส่วนรวม ได้ครอบคลุมความแยกส่วนมากขึ้น นอกจากผ่านการต้องสร้างคนที่มีความบูรณาการอยู่ตนเองอย่างนี้แล้ว หากไม่มีหรือสร้างได้ยาก แต่สุขภาวะสาธารณะก็ยังคงเป็นเป้าหมายที่จำเป็นสำหรับทุกคนอยู่ ก็จะสามารถบรรลุจุดหมายได้อีกหลายวิธีการ

เป็นต้นว่า สร้างวัฒนธรรมการรวมกลุ่มและสร้างศักยภาพในการจัดการตนเองแบบกลุ่มประชาคม ทำให้เกิดกลุ่มที่มีภาวะผู้นำรวมหมู่ มีสมรรถนะทางการปฏิบัติอย่างบูรณาการอันเกิดจากความร่วมมือกัน ซึ่งก็แก้ปัญหาการขาดความบูรณาการในตัวคนไปได้

หรือในทางการพัฒนาสุขภาพชุมชนและงานสาธารณสุขมูลฐาน ก็มีวิธีปฏิบัติการให้ครอบคลุมเชิงพื้นที่และสนองตอบความจำเป็นที่หลากหลายได้อีกวิธีหนึ่งคือ การเชื่อมโยงปฏิบัติการด้วยกันแบบเครือข่ายความร่วมมือระหว่างพหุสาขา หรือ Multi-Sectorals Collaboration ทั้งจากเรื่อง สุขภาพ การพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การพัฒนาชุมชน การศึกษา และอื่นๆ ลักษณะอย่างนี้ก็แก้ปัญหาการขาดความบูรณาการไปได้ด้วยเช่นกัน