สวัสดีครับอาจารย์หมอป.ครับ
มีชาวบ้านอีสาน อย่างน้อย ๓ ราย เล่าให้ผมฟังว่า ญาติของเขาได้เสียชีวิต ที่เกิดจากความเจ็บป่วยต่อเนื่องในระยะเวลาไม่นานจากสาเหตุเพียงเล็กน้อย แต่ต่อมาก็ทำให้ต้องไปโรงพยาบาล คือ โดนหนามตำ ขวดบาด ก้อนหินตำ หรือเกิดบาดแผลตามร่างกายในส่วนที่ไม่สำคัญ เช่น เท้า ขา แข้ง
แต่ต่อมาก็เป็นไข้ ตัวบวมแดง เมื่อไปหาหมอระยะหนึ่ง นอกจากอาการหนักกว่าเดิมแล้ว ก็เกิดอาการตัวลอก และล้มเจ็บทรุดหนัก หมดเงินทองเพื่อการรักษาไปเป็นแสน แต่ที่สุดก็เสียชีวิต ฟังดูแล้วก็คล้ายๆกัน
แม่ผมที่บ้านหนองบัว นครสวรรค์ก็เคยเจ็บป่วยมากในลักษณะนี้เหมือนกันครับ แรกเลยก็โดนหนามตำระหว่างเดินลุยน้ำลงไปเก็บผักหญ้า ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติที่ชาวนาและคนบ้านนอกคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้น เท้าและขาแม่ก็บวมแดง แม่เลยทายาหม่อง แต่ก็ไม่หาย อีกทั้งกลับยิ่งปวด บวม แดง ต้องไปโรงพยาบาลและถึงกับต้องนอนรักษาเลยทีเดียว
มีอุบัติการของโรคและปัญหาสุขภาพ รวมไปจนถึงปัญหาสาธารณสุขหลายอย่าง ที่ยา หมอ พยาบาล กับโรงพยาบาล กำลังรับมือได้ไม่พอ แต่ต้องเปลี่ยนที่วิถีทำมาหากิน เปลี่ยนระบบจัดการชุมชนและสังคมการอยู่อาศัย หน่วยปฏิบัติต่อเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่บนตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่เชื่อมโยงและซับซ้อนไปถึงปัจจัยแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม หรือระบบนิเวศทางสังคมวัฒนธรรมสุขภาพในเงื่อนไขแวดล้อมหนึ่งๆอีกด้วย พลังความรู้และพลังการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันได้ อีกทั้งใช้ได้จริงในสภาวการณ์ที่เป็นจริง อย่างนี้ คงจะสร้างและทำได้ยากจากความรู้แยกส่วน ต้องสร้างด้วยชุมชน กลุ่มก้อน และเครือข่ายการเรียนรู้ แต่การเดินเข้าหากันของความแยกส่วนในยุคที่สังคมทั่วไปมีแรงกดดันให้ต้องแข่งกันรอด ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย
เลยต้องขอแอบชื่นชมและดีใจที่ได้เห็นพื้นฐานอย่างนี้สะท้อนอยู่ในตัวเองอย่างเช่นคุณหมอละครับ ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ทางสุขภาพเข้ากับการอธิบายของความรู้ในสาขาอื่นๆได้อย่างกว้างขวาง พูดในภาษาศิลปะก็คือมีความผสมผสานลงตัวทั้ง Hard Sciences และ Solf Sciences อยู่ในตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะที่สร้างยาก แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ของการพัฒนาสาขาต่างๆ