นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์สุดท้ายของมหาชาติเวสสันดรชาดก
ถือว่าเป็นกัณฑ์สวัสดีมีชัย เพราะเป็นตอนที่ พระเวสสันดร เสด็จกลับเมือง
กัณฑ์นี้ประดับด้วยคาถา ๔๘ พระคาถา
เป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร
เพลงประจำกัณฑ์ คือ เพลง “กลองโยน”
ประกอบกิริยาการยกขบวนพยุหยาตราของ พระเวสสันดร
พรั่งพร้อมด้วยขบวนพระอิสริยยศอย่างสมพระเกียรติ
ข้อคิดจากกัณฑ์
การทำความดีย่อมได้รับผลดีตอบแทน
การใช้ธรรมะในการปกครอง จะทำให้บ้านเมืองมีแต่ความสงบและร่มเย็น
เนื้อความโดยย่อ
เมื่อเหตุทั้งปวงคลี่คลายลง ต่างพระองค์ต่างสงบพระทัยได้แล้ว
พระเจ้ากรุงสญชัย จึงขอให้ พระเวสสันดร เสด็จกลับไปปกครองบ้านเมืองดังเดิม
เหล่าข้าราชบริพารและเหล่าชาวเมือง
ที่ตามเสด็จ พระเจ้ากรุงสญชัย มาต่างก็กราบทูลวิงวอน
ร้องขอให้ พระเวสสันดร ทรงอภัยให้ และกลับไปครองสิริราชสมบัติดังเดิม
พระเวสสันดร ทรงใคร่ครวญไตร่ตรองเหตุที่ควรจะเป็น
และทรงคำนึงถึงพระพรที่ทรงขอจาก พระอินทรเทพ ว่า
ให้พระราชบิดารับกลับไปครองสิริราชสมบัติ จึงตัดสินพระทัยเสด็จกลับพระนคร
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ เสด็จกลับ กรุงสิพี พร้อมข้าราชบริพารและผู้ตามเสด็จ
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับด้วยความปีติยินดีของชาวเมือง
ที่รักเคารพเทิดทูนพระองค์เป็นอย่างยิ่ง
ตัวละครสะท้อนคุณธรรม
ชาวเมืองสิพี เป็นตัวอย่างของผู้รักษาสิทธิ์ ตามระบอบประชาธิปไตย
เมื่อไม่พอใจก็แสดงความคิดเห็น คัดค้านและเรียกร้องให้มีการลงโทษ
เมื่อพอใจก็ยอมรับ และยุติ พร้อมกับรู้จักขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำผิดไป
(ที่มา : หนังสือที่ระลึกเทศน์มหาชาติมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ
ถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์)