• ช่วงนี้งานมากอีกแล้วค่ะ 3 ต.ค. ปัจฉิมนิเทศนักศึกษาฝึกประสบการณ์ปี 5 วันนี้ปัจฉิมปี 4 ต้องงตรวจงานรายบุคคลคนละหลายชิ้น และต้องส่งผลการประเมิน รวมทั้งทำคะแนนนักศึกษาปี 1-2 ซึ่งไม่มีเฉพาะคะแนนสอบ จะมีคะแนนกิจกรรมทุกสัปดาห์ หลายกิจกรรมเป็นงานปฏิบัติที่ถ่าย Video ไว้ ให้นักศึกษาดูหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้ประเมินให้คะแนน วันที่ 6 จะเข้าไปเคลียร์อะไรๆ ในฟาร์ม วันที่ 10 บินไปกทม. 11-15 ไปทัศนศึกษาปักกิ่งกับคณะครุศาสตร์ เลยมีเวลาน้อยสำหรับการอ่านบันทึกของสมาชิกใน G2K จึงต้องเลือกอ่านบางบันทึก ค่ะ
  • เรื่องเล่าของคุณอักขณิช ที่เลือกอ่านครั้งนี้ คือ เรื่อง "ยอมแพ้เสียบ้าง" เพราะสนใจ "Theme : แก่น" ของเรื่องค่ะ แม้ตัวละครในเรื่องจะเป็นนักมวย ที่ยอมรับว่าตนเองไม่ชอบมวยเพราะมีความรู้สึกส่วนตัวว่า มันไม่น่าจะเป็นกีฬา มีนิยามส่วนตัวว่า "กีฬา" น่าจะเป็นการเล่นกับอุปกรณ์ต่างๆ แต่มวยแม้ทั่วไปจะถือเป็นกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว แต่ตัวเองรู้สึกว่า เป็นการทำร้ายร่างกายกัน เห็นหลายคนที่ถูกชกมากๆ ทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน ถูกชกจนตายก็มี ยิ่งเห็นมวยเด็กยิ่งเป็นห่วงค่ะ
  • น้องชายคนที่เป็นพระภิกษุ เคยเลิกเรียนไปเป็นนักมวย และน้องคนสุดท้องเคยถูกพี่ที่เป็นนักมวยฝึกซ้อมให้และให้ขึ้นชกในงานวัดที่บ้าน ได้ไปดูแบบใจหายใจคว่ำ เจ็บตามทุกครั้งที่น้องถูกชก ทำท่าว่าจะถูกน็อก สุดท้ายก็รอดมาได้แบบสะบักสะบอมและแพ้คะแนน
  • กลับมาถึงแก่นของเรื่อง ชอบคำว่า "ยอมแพ้เสียบ้าง" คนสมัยก่อนยังสนับสนุนการรู้จักแพ้ ดังสำนวนที่ว่า "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร" ในทางจิตวิทยานั้น คนที่ไม่เคยผิดหวังจะอันตรายมาก ดังกรณีตัวอย่าง นักศึกษาแพทย์ชายที่ฆ่ารุ่นน้องเพราะยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ (รุ่นน้องที่ตนเองรักไปคบหากับชายอื่น) เมื่อศึกษาประวัติก็พบว่า เขาได้รับการเลี้ยงดูแบบรักตามใจ และในชีวิตไม่เคยมีอะไรที่อยากได้แล้วไม่ได้ ไม่เคยพบกับความผิดหวัง
  • ในทางจิตวิทยาและการแนะแนว จึงสนับสนุนให้ผู้ใหญ่พัฒนา "AQ : Adversity Quotient" หรือ "ความเฉลียวฉลาดในการเผชิญปัญหาและอุปสรรค" ใหกับเด็กและเยาวชน การให้ได้รับประสบการณ์ที่เรียกว่า "ความพ่ายแพ้" และให้มองความพ่ายแพ้ในเชิงบวก ดังสำนวนที่ว่า "อกหักดีกว่ารักไม่เป็น" หรือ "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร" ก็เป็นแนวทางหนึ่งของการพัฒนา AQ 
  • บันทึกนี้จึงมีคุณค่าที่ขอสนับสนุนให้คุณครูที่สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปใช้เป็นกรณีศึกษาประกอบการจัดกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน เพื่อพัฒนา AQ ให้กับผู้เรียน
  • สำหรับตัวเองก็จะนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้วิชา "จิตวิทยาสำหรับครู" ในหัวเรื่อง "การจัดกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน" ในภาคเรียนต่อไป
  • ขอพูดด้วยใจจริง (ตนเองจะใช้หลักการพูดว่า "พูดในสิ่งที่เป็นจริง และเป็นประโยชน์" อยู่แล้ว ส่วน จะ "เป็นที่พอใจ" หรือไม่ ถ้าอาจจะไม่เป็นที่พอใจแต่ถ้าหากเป็นจริงและเป็นประโยชน์ก็จะพูด ผู้บริหารจึงไม่ชอบ) ว่า คุณอักขณิชมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการเขียน สามารถเขียนเรื่องได้หลายประเภทที่ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ และในบันทึกนี้ ก็สรุปท้ายได้กินใจมากว่า "แท้ที่จริงคนเราจะมีความสุขและมีชีวิตที่ดีงามได้นั้น คุณค่าของชีวิตดังกล่าวไม่ได้วัดกันที่ชัยชนะ หรือการได้มาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงแต่ประการใด หากแต่ความสุขที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่ที่การได้เรียนรู้ ศึกษา ค้นพบ รู้จัก และเข้าใจชีวิตและตนเองอย่างแจ่มแจ้งต่างหาก ...เรามายอมแพ้กันเถอะ ถ้าหากว่าความพ่ายแพ้นั้น ทำให้ชีวิตของเรามีความสุข   สังคมมีความสงบ   และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ...ยอมแพ้เสียบ้างแล้วโลกของเราจะน่าอยู่กว่านี้อีกมากมาย"
  • ชื่นชมค่ะ