แนวทางในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ประโยค

ตามที่พวกเราได้คุยกันแล้วว่า การเกิดประโยคซ้อน ในลักษณะหนึ่ง ที่มีประโยคหนึ่งเข้าไปขยายอีกประโยคหนึ่งนั้น มีโอกาส (ความน่าจะเป็น) เกิดขึ้นได้ 9 กรณี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ในการพูดจากันในชีวิตประจำวัน เราจะสามารถสร้าประโยคได้ครบทั้ง 9 แบบ ในการทำงานเรื่องการสร้างประโยค ให้นักเรียนพิจารณาตัวอย่างวิธีการคิดในการสร้างประโยคต่อไปนี้ เพื่อเป็นแนวทางนะครับ

1. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคสามัญ

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 2 ประโยคก่อน

โดยกำหนดให้ประโยคหนึ่งเป็นประโยคหลักและประโยคหนึ่งเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. อ.เฉลิมลาภเป็นครู (ประโยคย่อย)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภที่เป็นครูรับประทานขนม นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู เข้าใจนะครับ

2. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยครวม

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยครวมอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมมีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด (ประโยคย่อย: เป็นความรวม เชื่อมด้วยสันธาน และ)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่มีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู

3. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคซ้อน

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยคซ้อนอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น (ประโยคย่อย: เป็นความซ้อน)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น **** สังเกตว่า ประโยคนี้ไม่ได้เป็นประโยคที่สื่อสารในชีวิตประจำวัน เพราะเราคงจะลดรูปไปว่า อ.เฉลิมลาภกินขนมที่แม่ซื้อมา (อยู่) ในตู้เย็น อย่างไรก็ตาม เรามุ่งเน้นการวิเคราะห์และสร้างประโยค ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการนำไปสื่อสาร ลองแต่ดูแล้วจะพบโครงสร้างแปลกๆ นะครับ ภาษาคือสิ่งที่เราต้องตั้งปัญหาและวิเคราะห์ ลองทำดู ถ้ามีปัญหาก็ไว้คุยกันในห้องครับ