สวัสดีครับอาจารย์หมอ CMUpal ครับ
ตรงจุดนี้ศาสตราจารย์ Lemke ให้ทรรศนะวิพากษ์ต่อการศึกษาที่ดำเนินการอยู่ของอเมริกา(และมีนัยที่รวมไปถึงในสังคมต่างๆของโลกด้วย)ด้วยครับว่า การศึกษาในระบบโรงเรียนและเน้นการจัดห้องเรียนดังปัจจุบัน ที่ว่า เป็นกลุ่มอายุเดียวกัน ทดสอบเพื่อกลั่นกรองและจัดกลุ่มให้มีทักษะพื้นฐานใกล้เคียงกัน สอนให้มีวัฒนธรรม ทัศนคติ และค่านยิม ตลอดจนโลกทัศน์และความเชื่อ ที่มีตัวแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งทำให้กีดกันและเกลียดชังความเป็นจริงอย่างอื่นที่มีมากกว่า และเรียนแบบเดียวกัน พร้อมกับจบออกไปด้วยการได้มาตรฐานแบบเดียวกัน
ในขณะที่โลกความเป็นจริงนั้น สถานการณ์ต่างๆของสังคมและสิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นโดยกลุ่มคนทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ ทุกความแตกต่างทางสังคมวัฒนธรรม มีทั้งชาย หญิง หญิงรักหญิง ชายรักชาย และคนทีมีรสนิยมทั้งสองเพศ อีกทั้งความรู้และความเชื่อชุดเดียวกัน ผู้คนต่างกลุ่มต่างบริบทก็ให้ความหมายและมีวิถีปฏิบัติไม่ได้เป็นตัวแบบตายตัวอย่างเดียวกัน เหล่านี้ การศึกษาเรียนรู้แบบเดิมจึงสอนให้คนคิดและต่อต้านโลกความเป็นจริงของตัวเอง นอกจากความรู้ความเข้าใจจะไม่พอนำไปใช้ในชีวิตจริงแล้ว สิ่งที่ถูกหล่อหลอมออกไปนั่นเองก็จะก่อให้เกิดปัญหาอีกด้วย เช่น ความเป็นชาตินิยมและเหยียดสีผิว การต่อต้านและเหยียดความแตกต่างทางมาตรฐานความเชื่อ ความรุนแรงต่อความแตกต่างระหว่างเพศสภาวะ เหล่านี้เป็นต้น ให้แง่คิดที่น่าสนใจดีครับ