สรุปกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประจำปีการศึกษา 2553

ประเด็นความรู้ : ด้านการเรียนการสอน

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หัวข้อประเด็นการความรู้ : การสอนเนื้อหาสลับการฝึกปฏิบัติ/ทำแบบฝึกหัด (วันที่ 21 มีนาคม 2554)

ขั้นตอนการสอน

1.การนำเข้าสู่บทเรียน

1.1 ผู้สอนแจ้งหัวข้อและวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนของแต่ละบทเรียน

1.2 ทบทวนความรู้เดิม และเชื่อมโยงกับเนื้อหาเดิมและเนื้อใหม่ที่กำลังจะเรียนต่อ

- ผู้สอนตั้งคำถามทบทวนความรู้เดิม และให้นักศึกษาในชั้นเรียนช่วยกันตอบคำถาม

- ในกรณีที่นักศึกษาตอบไม่ตรงประเด็น ผู้สอนอาจให้ตัวเลือกคำตอบ เพื่อช่วยให้นักศึกษาตอบคำถามได้ตรงประเด็น

- ในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถตอบคำถามได้ ผู้สอนกระตุ้นให้นักศึกษาช่วยกันตอบคำถาม (เพื่อนช่วยเพื่อน)

- ผู้สอนสร้างบรรยากาศโดยการซักถามเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาตื่นตัวในการเรียน

* การจัดกิจกรรมในรูปแบบเกมแข่งขัน เช่น เกมวัดดวง การแบ่งกลุ่มแข่งขันตอบคำถามในเวลาที่จำกัด

* การเลือกนักศึกษาในการตอบคำถาม เช่น เลือกนักศึกษาที่ไม่คาดคิดว่าตนเองจะถูกเรียกถาม โดยผู้สอนสังเกตได้จากพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาแต่ละคน เช่น นักศึกษาที่มาสาย หลับระหว่างเรียน คุยกัน เหม่อลอย แต่งกายไม่เรียบร้อย เป็นต้น

- ในกรณีที่เนื้อหาเดิมมีคำศัพท์เฉพาะทางมาก ซึ่งผู้เรียนมักจะสับสนในการนำไปใช้ เช่น การสับสนในการใช้คำศัพท์ในรายวิชาชีววิทยา เรื่อง สารพันธุกรรม ระหว่างคำว่า “DNA” และ “Gene” ผู้สอนอาจจะให้นักศึกษาจดคำศัพท์ใส่สมุดบันทึกคำศัพท์โดยเฉพาะ เพื่อใช้สำหรับทบทวนก่อนเข้าเรียนทุกครั้ง หรือรายวิชาที่มีสูตรการคำนวณต่าง ๆ ผู้สอนอาจจะให้นักศึกษามีสมุดสูตรการคำนวณเฉพาะ เพื่อให้นักศึกษาท่องจำ

- ทดสอบย่อย (Quiz) ความรู้เดิม

- ยกตัวอย่างเหตุการณ์

1.3 ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ในทางประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ ยกตัวอย่างให้นักศึกษาได้เข้าใจมากขึ้น

- ผู้สอนควรนำเหตุการณ์ หรือข่าวสารปัจจุบัน ที่กำลังเป็นที่สนใจ มายกตัวอย่างประกอบการเรียนการสอน โดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์เหตุการณ์ดังกล่าวเช่น ในการสอนรายวิชาด้านสิ่งแวดล้อม ผู้สอนสามารถนำข่าว และภาพเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ อุทกภัย วาตภัย

2. การดำเนินการสอน

2.1 อธิบายบทนิยามและทฤษฎีบท พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ หรือบรรยายพร้อมสาธิตประกอบอย่างมีลำดับขั้นจนนักศึกษาเข้าใจ

- ใช้สื่อประกอบการสอนที่มีความชัดเจนและเข้าใจง่าย เช่น

* การอธิบายกราฟจะมีการใช้สีที่แตกต่าง เพื่อให้เข้าใจความหมายของกราฟ

* กรณีเน้นคำสำคัญ หรือนิยามที่สำคัญ จะเขียนตัวอักษรให้มีสีที่แตกต่าง เพื่อให้นักศึกษาจำง่ายขึ้น

* ใช้ PowerPoint ที่มีภาพประกอบที่น่าสนใจ เช่น ภาพเคลื่อนไหว กราฟฟิกสามมิติเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน

* คลิป VDO ที่เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

* ใช้ CAI

* แบบจำลองต่าง ๆ เช่น โครงสร้างผลึกของแข็ง โครงสร้างสารพันธุกรรม

2.2 ผู้สอนสร้างบรรยากาศโดยการซักถามเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาตื่นตัว ในระหว่างการเรียนการสอน โดยการเลือกนักศึกษา หรือแบ่งกลุ่ม

3. การฝึกปฏิบัติ/ทำแบบฝึกหัด

3.1 มื่อสอนจบแต่ละหัวข้อ ผู้สอนจะให้ฝึกปฏิบัติ หรือ ทำแบบฝึกหัด เป็นรายบุคคล หรือแบ่งนักศึกษาเป็นกลุ่มในกรณีที่มีนักศึกษาจำนวนมาก

3.2 ระหว่างที่นักศึกษาฝึกปฏิบัติ หรือ ทำแบบฝึกหัด ผู้สอนให้คำแนะนำกรณีที่นักศึกษามีข้อสงสัย

3.3 ในกรณีทำแบบฝึกหัดเป็นกลุ่ม ให้นักศึกษาส่งตัวแทน แสดงการแก้ปัญหาที่ได้รับมอบหมายหน้าชั้นเรียน ในกรณีทำแบบฝึกหัดเป็นรายบุคคล ให้เปลี่ยนกันตรวจสอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายวิชา และผู้สอน

3.4 ในกรณีที่นักศึกษาแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ผู้สอนกล่าวคำชมเชย และให้คะแนนจิตพิสัย สำหรับกรณีที่นักศึกษาแก้ปัญหายังไม่ถูกต้อง เปิดโอกาสให้นักศึกษาอื่น ๆ ร่วมอภิปราย แก้ปัญหา โดยผู้สอนคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม

3.5 ในกรณีที่ร่วมอภิปรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผู้สอนต้องเฉลย และให้กลุ่มดังกล่าว แก้โจทย์ปัญหาใหม่ในลักษณะเดิม

4. การสรุปเนื้อหา

4.1 ผู้สอนตั้งคำถามทบทวนเนื้อหา และให้นักศึกษาในชั้นเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา

4.2 นกรณีที่นักศึกษาสรุปเนื้อหาไม่ครบ ผู้สอนกระตุ้นให้นักศึกษาช่วยกันเสริมเนื้อหาส่วนที่ขาด

4.3 ทดสอบย่อย (Quiz) เนื้อหาที่เรียน

คำแนะนำของ ผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ

กลุ่มของอาจารย์ เป็นเนื้อเรื่องที่สามารถทำได้จริง และเป็นประโยชน์กับอาจารย์ผู้สอน ดังนั้นหลังจากทำ KM ครั้งที่ 2 แล้ว น่าจะลงลึกในหัวข้อย่อยว่า เคล็ดลับที่ทำให้ประสบผลสำเร็จทำได้อย่างไรนะครับ

เช่น ให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัด หรือสอบ Quiz เมื่อเสร็จให้ผลัดกันตรวจ ตรวจเสร็จใส่คะแนน และเซ็นชื่อคนตรวจกำกับ อาจารย์นำเอาคะแนนมาดู ก็จะพบว่า มีคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าครึ่งของคะแนนเต็ม อาจารย์จะทำอย่างไรต่อไป

ถ้าเป็นผม ผมก็จะต้องจัดกลุ่มเด็ก เช่น เด็กที่ใช้สูตรผิด คำนวณผิด 1 กลุ่ม เด็กที่ไม่รู้เรื่องแปลงหน่วยผิด 1 กลุ่ม เด็กที่ไม่รู้เรื่องเลย (กระดาษเปล่า หรือผิดตั้งแต่ต้นจนจบ) 1 กลุ่ม

ผมก็จะสอนเสริมให้ในสิ่งที่เด็กกลุ่มนั้นไม่เข้าใจ และอาจจะต้องให้แบบฝึกหัด หรือ Quiz อีกครั้ง เพื่อทดสอบว่าที่เราสอนครั้งที่ 2 เด็กเข้าใจจริงๆ หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำซ้ำอีก จนกว่าจะได้ หรือถ้าอาจารย์ไม่มีเวลาพอ อาจารย์อาจใช้วิธี "เพื่อนช่วยเพื่อน" ให้คนที่ได้คะแนน Top มาประกบ ช่วยติวจนเพื่อนเข้าใจ แล้วมาทำแบบฝึกหัด หรือ Quiz ใหม่ (อย่างนี้จะดีกว่าหรือไม่ครับ ทั้งเราไม่เสียเวลา และแถมช่วยสอนในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมถึงสอนให้เขาสามารถสอนงานคนอื่นได้ (เป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไปในภายภาคหน้า)) เป็นต้น เหล่านี้เป็นเคล็ดลับ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้องค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศไงครับ

ที่มา http://www.gotoknow.org/blog/km-sci-rmutt/436185

http://fscieng.csc.ku.ac.th/~www/src/km/teachingTech.ppt

-------------------------------------------