พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประสูติเมื่อพระพุทธยอดฟ้าเสวยราชย์ได้ ๖ ปี ตรงกับวันจันทร์ เดือนสี่ แรมสิบค่ำ จุลศักราช ๑๑๕๙ ทรงพระนามว่า “ทับ”เป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า พระราชมารดาพระนามเดิมว่า “เรียม” คุณจอมมารดาเรียมนี้ เป็นธิดาคนเดียวของพระยานนทบุรี (บุญจัน) และคุณหญิงเพ็ง บ้านเดิมอยู่ตรงที่สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติ เมืองนนท์เดี๋ยวนี้ คุณจอมเรียมได้ถวายตัวทำราชการในพระพุทธเลิศหล้าตั้งแต่ยังทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอ และประทับอยู่บ้านเดิมของพระพุทธยอดฟ้าข้างวัดระฆัง ครั้นเมื่อพระพุทธเลิศหล้าเสวยราชย์แล้วก็ตามเสด็จเข้าไปอยู่ในพระบรมมหาราชวังในที่พระสนมเอก บังคับการห้องเครื่อง
พระนั่งเกล้านั้นพระพุทธยอดฟ้าโปรดมาก เพราะเป็นพระราชนัดดาพระองค์ใหญ่ เวลาโสกันต์โปรดเกล้าให้โสกันต์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นการพิเศษ เวลาผนวชก็ได้ทรงผนวชเฉพาะพระพักตร์ด้วย งานชิ้นแรกของพระนั่งเกล้าที่ได้ทรงทำก็คือ เข้าระงับการจลาจลที่เกิดขึ้นจากขุนนางที่ฝักใฝ่ในเจ้าฟ้ากรมขุนกระษัตรา ฯ (เจ้าฟ้าเหม็น) เจ้าฟ้าเหม็นนี้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากรุงธน พระธิดาของพระพุทธยอดฟ้าเป็นพระมารดา พระพุทธยอดฟ้าทรงพระเมตตาเจ้าฟ้าพระองค์นี้ พระนั่งเกล้าจับกุมพวกขุนนางที่ร่วมคิดกบฏครั้งนี้ได้หลายคน ส่วนเจ้าฟ้าเหม็นนั้นจับเวลาเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวัง เจ้าพระยาอภัยภูธรซึ่งเป็นคนจับปล่อยให้เสลี่ยงที่ประทับมาล่วงเข้าประตูวัง อันเป็นประตูสองชั้นแล้วรีบปิดประตูทั้งสองข้าง เจ้าฟ้าเหม็นเอามือตบขาพูดติดอ่างว่า “จะจับข้าไปข้างไหน”
หน้าที่ของพระนั่งเกล้าในรัชกาลที่สองตอนแรกนั้น ทรงกำกับราชการกรมท่า คือการต่างประเทศ แต่สมัยนั้นการต่างประเทศไม่มีอะไรมาก เพราะยังไม่มีหนังสือสัญญาทางราชไมตรีกับนานาประเทศ พอดีกับเวลานั้นเงินแผ่นดินไม่พอใช้เป็นมาแต่รัชกาลที่ ๑ แล้ว พม่าขนเอาไปหมด พระพุทธเลิศหล้าจึงให้ทรงจัดการค้าสำเภาของหลวงด้วยอีกอย่างหนึ่ง ธรรมเนียมการหาเงินมาใช้ในแผ่นดินตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยามา นอกจากจะได้จากค่านาแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร พระเจ้าแผ่นดินต้องแต่งสำเภาไปค้าเมืองจีนเอากำไรมาใช้ในราชการอีกส่วนหนึ่ง สมัยนั้นไม่ห้ามเจ้านายและขุนนางทำการค้าขาย ใครมีกำลังก็แต่งสำเภาไปค้าเมืองจีน พระนั่งเกล้าท่านก็ทรงมีของท่าน ทรงทำได้ดีทั้งของหลวงและของท่านเองจนมั่งมีมาก ทั้งทางของหลวงและของท่าน พระพุทธเลิศหล้าทรงเรียกท่านว่า “เจ้าสัว” อยู่เสมอ