• เข้ามาศึกษาในฐานะที่ตนเองเป็นอาจารย์สถาบันอุดมศึกษาค่ะ ทำให้ได้ข้อมูลว่าการจัดการอุดมศึกษามีแนวคิดใน "การบริหารจัดการระบบการศึกษาที่เน้นการบูรณาการสายรับใช้สังคม การพัฒนากระบวนการเรียนรู้หรือปรับวิธีการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ๆ และพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมในการผลิตบัณทิตให้เป็นพลเมืองดี" และแนวคิดของเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ชี้ให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาที่ตั้งอยู่บนฐานของชีวิตจริง ตามนิยามใหม่ของ "การศึกษา" ในความหมายที่กว้างขึ้นเพื่อครอบคลุมถึง "การเรียนรู้ตลอดชีวิตและอยู่บนฐานวัฒนธรรม"   
  • ดิฉันมีประสบการณ์ในชุมชนชนบทมาแลกเปลี่ยน คือ ในช่วงปี 2541-2543 ดิฉัน (ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย ที่ สถาบันราชภัฏอุบลฯ) ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ดำเนินโครงการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Paticipatory Action Research : PAR) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์การบูรณาการภารกิจด้านการผลิตบัณฑิต การพัฒนาครูประจำการ การให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน และภารกิจด้านการวิจัยเข้าด้วยกัน และตอบโจทย์การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ การเสริมประสบการณ์การปฏิบัติงานตามสภาพจริงให้กับนักศึกษาโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย การพัฒนาครูประจำการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และการพัฒนาการจัดการศึกษาภายใต้ "โครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ"
  • "โครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ" มีหลักการสำคัญประการหนึ่งว่า ให้ครอบครัวจัดประสบการณ์ให้กับบุตรหลานที่กำลังเรียนในชั้นอนุบาลปีที่ 2 คู่ขนานไปกับประสบการณ์ที่ทางโรงเรียนจัดให้ในทุกๆ หน่วย ตัวอย่างเช่น ในสัปดาห์ที่เรียน "หน่วยผักผลไม้ให้คุณค่า" ในแต่ละวันเด็กๆ จะนำผลผลิตจากครอบครัว เช่น มะละกอ  บวบ ถั่ว ฟัก แตงไทย ส้มโอ ฯลฯ ไปแสดงและเล่าให้เพื่อนๆ ฟังที่หน้าชั้นว่า ผลผลิตนั้นคืออะไร ใครเป็นคนปลูก ตัวเองได้ช่วยผู้ปกครองดูแลให้ได้ผลผลิตนั้นอย่างไร และจะนำพืชผักนั้นไปประกอบอาหารอะไรได้บ้าง ผักผลไม้นั้นมีประโยชน์อย่างไร (ถ้าใครพูดเองไม่ได้ครูก็จะใช้คำถามนำ) ซึ่งเด็กๆ จะชอบมาก ในวันศุกร์เด็กก็จะนำ "สารโครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ" ไปมอบให้ผู้ปกครอง สารแต่ละฉบับจะมี คอลัมน์หลักคือ คอลัมน์ "บอกกล่าว" ซึ่งจะชี้แจงให้ผู้ปกครองทราบว่า ในสัปดาห์นั้นๆ เด็กได้เรียนรู้อะไร และมีคอลัมน์ "กิจกรรมสร้างเสริมพัฒนาการเด็กโดยครอบครัว" ซึ่งจะเสนอแนะให้ผู้ปกครองทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากโรงเรียน เช่น ในหน่วยดังกล่าว ก็ให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานปลูก ดูแลบำรุงรักษา และพูดคุยเกี่ยวกับผักผลไม้นั้น แล้วเก็บไปประกอบอาหารด้วยกัน เสร็จแล้วก็ช่วยกันบันทึกการจัดกิจกรรมพร้อมภาพประกอบในเล่ม แล้วเด็กก็จะนำไปส่งครูในวันจันทร์ ผู้ปกครองชอบใจมาก บอกว่าทำให้ได้กลับมาอ่านเขียนเรียนรู้ไปพร้อมกับบุตรหลาน ก่อนนั้นไม่เคยอ่านหนังสือเลย ไม่รู้ว่าครูสอนอะไรให้บุตรหลานของตน นอกจากนั้นกิจกรรมนี้ยังทำให้ได้สายสัมพันธ์ในครอบครัว ก่อนหน้านั้นพอตกเย็นก็เข้านอน แต่ตอนนี้ต้องเล่านิทานให้บุตรหลานฟัง หรือบุตรหลานเล่านิทานจากที่ได้ดูในวีดิทัศน์ที่โรงเรียนให้ผู้ปกครองฟัง (ดิฉันได้บันทึกรายการ TV เป็นวีดิทัศน์ด้วยตนเองทั้งประเภทนิทาน การละเล่นเด็กไทย เพลง ฯลฯ ให้ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ทุกหน่วย)
  • หลังจากที่ดิฉันได้ดำเนินโครงการที่โรงเรียน ผู้ปกครองที่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาน้อยมาก และอย่างเสียไม่ได้ ปรับเปลี่ยนมาเป็นกระตือรือร้นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่วันประชุมผู้ปกครอง เพื่อบอกให้รู้ว่าพวกตนคาดหวังอะไรกับทางโรงเรียน และจะสนับสนุนโรงเรียนในการจัดการศึกษาอย่างไร หลังจากนั้นก็เข้าไปร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียนทุกอย่าง เช่น ช่วยสร้างเล้าไก่ สนับสนุนทั้งเงิน วัสดุอุปกรณ์ และแรงงาน ฯลฯ ทั้งนี้เกิดจากความศรัทธาในตัวครูที่ได้ทุ่มเทเสียสละเพื่อพัฒนาบุตรหลานของตน จนมีพัฒนาการด้าน "การเป็นคนดี คนเก่ง และมีสุขภาพกายสุขภาพจิตดี" อย่างเห็นได้ชัด
  • ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ จากสกว. ได้ไปติตามงานวิจัยที่ลงชุมชนของรภ.อุบลฯ และแสดงความผิดหวังว่ารภ.อุบลฯ เป็นแห่งแรกที่สกว.ไปให้การสนับสนุน แต่ไปติดตามหลายครั้งก็ไม่เห็นมีอะไรเคลื่อนไหว (ช่วงนั้นกลุ่มผู้รับผิดชอบไม่ถนัดงานวิจัยแต่ก็รับไว้ทำเองโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์ไปมีส่วนร่วม) เมื่อดิฉันรู้เข้าก็อยากกู้หน้าให้สถาบัน จึงขออนุญาตไปเล่าเกี่ยวกับโครงการวิจัยที่ตนได้ทำ ซึ่งได้รับความสนใจมาก ดร.อมรวิชช์บอกให้ทำโครงการเพื่อขยายผลไปยังท้องที่อื่นแล้วจะให้งบประมาณสนับสนุน พอดีว่าดิฉันจะต้องเดินทางไปเรียน Ph.D (Part Time) ที่ Perth, Western Australia จึงไม่ได้รับปากค่ะ