วันที่ 29 กันยายน 2553

กล่าวเปิดงานโดย ฯพณฯ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เรามาอยู่ภายใต้ชื่อ GMS หรืออนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สร้างโครงการต่างๆและดำเนินงานเพื่ออนาคตด้านการพัฒนาพลังงาน GMS และความเจริญรุ่งเรื่อง เป็นที่น่าประทับใจว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2535 ด้วยความช่วยเหลือของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซียหรือ ADB ทำให้ประเทศสมาชิกได้มีโอกาสเข้าร่วมหลายโครงการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจรวมทั้งภาคพลังงานด้วย ได้มีการระบุไว้ในเป้าหมาย GMS ว่าจะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาอย่างสูงสุดและใช้ทรัพยากรพลังงานเพื่อส่งเสริมการค้าพลังงานในภูมิภาค ทำให้ประเทศกลุ่ม GMS มีต้นทุนทางพลังงานที่ต่ำและส่งเสริมการเคลื่อนย้ายทรัพยากรด้านพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีการขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนย่อยๆของพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานสำหรับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภาคพลังงานได้รับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมากมายในประเทศกลุ่ม GMS ในด้านภูมิศาสตร์ มีการตั้งหมู่บ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานน้ำ และแหล่งพลังงานฟอสซิล แต่ทรัพยากรส่วนใหญ่ที่สามารถใช้ได้อยู่กระจัดกระจายหลายที่ พลังงานน้ำมีที่ลาว เมียนม่าร์ และยูนาน มากเกินความต้องการใช้ในอนาคต พลังงานฟอสซิลส่วนมากที่อยู่ในยูนานคือ ถ่านหิน ส่วนเมียนม่าร์มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต กัมพูชาก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเหมือนกัน มีพลังงานหลายแหล่งที่ยังไม่ได้นำมาใช้ แต่สภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านพลังงานทำให้ GMS เป็นอุดมคติสำหรับการเชื่อมโยงทางพลังงาน และเราขอเสนอให้มีการร่วมมือกัน

สิ่งที่ GMS สามารถทำได้ดีที่สุดคือ บูรณาการการพัฒนาพลังงานในระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา มีการเชื่อมโยงพลังงานแบบ power grid และการสร้างตลาดพลังงานในภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันโดยพัฒนาเป็นระยะเช่น การลงทุนและการเชื่อมโยงในระยะที่ 1 ความร่วมมือทวิภาคีในระยะที่ 2 ความร่วมมือไตรภาคีและการแข่งขันในระยะที่ 3 และ 4 เพื่อให้บรรลุถึงกรอบความร่วมมือในภูมิภาคที่เข้มแข็งสำหรับ GMS ก็มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือการพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานและสร้างความเชื่อมโยงเป็นขั้นๆจนสามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นตลาดที่แข่งขันได้ที่มีผู้ค้าหลายรายค้าพลังงานข้ามพรมแดน จากข้อมูลธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย ก็ได้กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมโยงทางด้านพลังงานและการค้าขายพลังงานในกลุ่มประเทศ GMS มีความต้องการมากขึ้นในการลงทุนด้านการสำรองพลังงานเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น ต้องมีแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ อีกทั้งยังต้องลดต้นทุนดำเนินการและช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งพลังงานได้มากขึ้น เป็นที่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2568 การเชื่อมโยงทางพลังงานของ GMS จะเสร็จสมบูรณ์และทำให้เป็นตลาดที่มีความสามารถในการแข่งขัน

แม้นว่าจะมีความสำเร็จในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่ม GMS การเชื่อมโยงทางพลังงาน การสร้างตลาดที่มีความสามารถในการแข่งขันในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีพันธกิจที่จะต้องพิจารณาเพื่อช่วยให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตและสังคมสีเขียวในภูมิภาคนี้ มีปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อนที่มาจากก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก โลกผลิตคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อย 28 ล้านตัน ในขณะเดียวกัน ความยั่งยืนทางพลังงานก็ยังเป็นคำถามอยู่ ดังนั้นการเชื่อมโยงทางพลังงานและการค้าขายพลังงานอย่างเดียวไม่สามารถตอบปัญหาความยั่งยืนได้ การสร้างคุณประโยชน์และความรู้ในด้านพลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ต้องการจากนโยบายรัฐบาลทั้งในต่างประเทศรวมทั้งการร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพในภูมิภาคเพื่อให้มีแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและไม่แพง

ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม GMS ที่กำหนดนโยบายและมาตราการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต เช่นมีแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในปี 2551 ที่มีเป้าหมายของการสำรองพลังงานหมุนเวียนที่ร้อยละ 20 ในปี 2565 ก็ได้มีมาตราการและเป้าหมายอื่นๆรวมถึงโครงสร้างงบประมาณ การลงทุนภาคเอกชนรวมทั้งการสร้างศักยภาพ สิ่งสำคัญคือไม่ใช่แค่ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกที่เราต้องการเพื่อให้เป็นสังคมสีเขียวที่ยั่งยืน แต่ยังรวมถึงการใช้พลังงานในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และแผนนโยบายพลังงานหมุนเวียนสำหรับแต่ละประเทศด้วย ผมเชื่อว่าถ้าประเทศสมาชิก GMS แต่ละประเทศได้ทำอย่างนั้น ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากและทำให้ต้องมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด โลกาภิวัตน์สร้างความท้าทายให้แก่ภูมิภาคนี้ ดังนั้นเราจึงควรร่วมมือเพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน ผมหวังว่า โครงการนี้จะเน้นแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับการร่วมมือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผมหวังว่า ผลที่ออกมาจะเป็นวิถีทางที่เป็นประโยชน์และสามารถส่งผลบวกต่อการพัฒนาพลังงานในภูมิภาคนี้