• ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคะ Ico48 ลูกแผ่นดิน
  • เป็นบันทึกที่มีคุณค่าเช่นเคย อาจารย์แม่ต้องการให้รองคณบดีคณะครุศาสตร์ที่รับผิดชอบงานด้านกิจการนักศึกษา ได้เรียนรู้เผื่อจะเกิดแนวคิดที่จะนำไปประยุกต์ใช้ แต่คงต้องใช้เวลา เห็นใจน้องซึ่งเป็นอาจารย์ใหม่ที่เพิ่งกลับจากการศึกษาต่อป.เอก และก็มารับงาน ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ เมื่อวานนี้จัดงานไหว้ครูของคณะ อาจารย์แม่บอกกับคณบดี(ส่วนตัว) ในวันประชุมคณะ 2 มิ.ย. ว่าพ่อใหญ่สอฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้จะบริจาคทุนการศึกษาหนึ่งหมื่นบาท คณบดีก็บอกว่าจะให้รองกิจการฯ ทำหนังสือขออนุเคราะห์ไปและเชิญไปมอบทุนในวันไหว้ครู เหลือเวลาอาทิตย์เดียวจะถึงวันไหว้ครูก็ยังไม่ได้รับหนังสือ อาจารย์แม่ก็ถามคณบดีท่านก็บอกว่ารองทำหนังสือถึงแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อวานนี้ที่เป็นวันไหว้ครูก็ยังไม่ได้รับ ตกลงก็คือไม่ได้ส่งไป พ่อใหญ่สอไม่พอใจอาจารย์แม่ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเกลี้ยกล่อมให้พ่อใหญ่สออนุเคราะห์ตามที่ได้ตั้งใจไว้ แล้วก็มีข้อผิดพลาดอีกคือในหนังสือเชิญไปร่วมงานและมอบทุนบอกว่าได้แนบแบบฟอร์มแสดงความจำนงในการบริจาคทุน แต่ก็ไม่ได้แนบไป พ่อใหญ่สอไปถึงหอประชุมเวลา 10.30 น. เพราะตามกำหนดการระบุว่าจะมีพิธีมอบทุนเวลา 11.00 น. แต่ปรากฏว่างานเลิกไปแล้ว เพราะรองกิจการให้เด็กตักบาตรแล้วให้เข้าห้องประชุมเลยโดยที่นักศึกษายังไม่ได้ทานข้าวเช้า กลัวเด็กหิวเลยเร่งเวลาทำให้งานเสร็จก่อนกำหนด อาจารย์หลายท่านที่จะไปมอบทุนก็เลยพลาดโอกาส
  • อาจารย์แม่มีประสบการณ์ในชุมชนชนบทมาแลกเปลี่ยน คือ ในช่วงปี 2541-2543 อาจารย์แม่ (ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย ที่ สถาบันราชภัฏอุบลฯ) ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ดำเนินโครงการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Paticipatory Action Research : PAR) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์การบูรณาการภารกิจด้านการผลิตบัณฑิต การพัฒนาครูประจำการ การให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน และภารกิจด้านการวิจัยเข้าด้วยกัน และตอบโจทย์การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ การเสริมประสบการณ์การปฏิบัติงานตามสภาพจริงให้กับนักศึกษาโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย การพัฒนาครูประจำการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และการพัฒนาการจัดการศึกษาภายใต้ "โครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ"
  • "โครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ" มีหลักการสำคัญประการหนึ่งว่า ให้ครอบครัวจัดประสบการณ์ให้กับบุตรหลานที่กำลังเรียนในชั้นอนุบาลปีที่ 2 คู่ขนานไปกับประสบการณ์ที่ทางโรงเรียนจัดให้ในทุกๆ หน่วย ตัวอย่างเช่น ในสัปดาห์ที่เรียน "หน่วยผักผลไม้ให้คุณค่า" ในแต่ละวันเด็กๆ จะนำผลผลิตจากครอบครัว เช่น มะละกอ  บวบ ถั่ว ฟัก แตงไทย ส้มโอ ฯลฯ ไปแสดงและเล่าให้เพื่อนๆ ฟังที่หน้าชั้นว่า ผลผลิตนั้นคืออะไร ใครเป็นคนปลูก ตัวเองได้ช่วยผู้ปกครองดูแลให้ได้ผลผลิตนั้นอย่างไร และจะนำพืชผักนั้นไปประกอบอาหารอะไรได้บ้าง ผักผลไม้นั้นมีประโยชน์อย่างไร (ถ้าใครพูดเองไม่ได้ครูก็จะใช้คำถามนำ) ซึ่งเด็กๆ จะชอบมาก ในวันศุกร์เด็กก็จะนำ "สารโครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ" ไปมอบให้ผู้ปกครอง สารแต่ละฉบับจะมี คอลัมน์หลักคือ คอลัมน์ "บอกกล่าว" ซึ่งจะชี้แจงให้ผู้ปกครองทราบว่า ในสัปดาห์นั้นๆ เด็กได้เรียนรู้อะไร และมีคอลัมน์ "กิจกรรมสร้างเสริมพัฒนาการเด็กโดยครอบครัว" ซึ่งจะเสนอแนะให้ผู้ปกครองทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากโรงเรียน เช่น ในหน่วยดังกล่าว ก็ให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานปลูก ดูแลบำรุงรักษา และพูดคุยเกี่ยวกับผักผลไม้นั้น แล้วเก็บไปประกอบอาหารด้วยกัน เสร็จแล้วก็ช่วยกันบันทึกการจัดกิจกรรมพร้อมภาพประกอบในเล่ม แล้วเด็กก็จะนำไปส่งครูในวันจันทร์ ผู้ปกครองชอบใจมาก บอกว่าทำให้ได้กลับมาอ่านเขียนเรียนรู้ไปพร้อมกับบุตรหลาน ก่อนนั้นไม่เคยอ่านหนังสือเลย ไม่รู้ว่าครูสอนอะไรให้บุตรหลานของตน นอกจากนั้นกิจกรรมนี้ยังทำให้ได้สายสัมพันธ์ในครอบครัว ก่อนหน้านั้นพอตกเย็นก็เข้านอน แต่ตอนนี้ต้องเล่านิทานให้บุตรหลานฟัง หรือบุตรหลานเล่านิทานจากที่ได้ดูในวีดิทัศน์ที่โรงเรียนให้ผู้ปกครองฟัง (อาจารย์แม่ได้บันทึกรายการ TV เป็นวีดิทัศน์ด้วยตนเองทั้งประเภทนิทาน การละเล่นเด็กไทย เพลง ฯลฯ ให้ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ทุกหน่วย)
  • หลังจากอาจารย์แม่ไปดำเนินโครงการที่โรงเรียน ผู้ปกครองที่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาน้อยมาก และอย่างเสียไม่ได้ ปรับเปลี่ยนมาเป็นกระตือรือร้นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่วันประชุมผู้ปกครอง เพื่อบอกให้รู้ว่าพวกตนคาดหวังอะไรกับทางโรงเรียน และจะสนับสนุนโรงเรียนในการจัดการศึกษาอย่างไร หลังจากนั้นก็เข้าไปร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียนทุกอย่าง เช่น ช่วยสร้างเล้าไก่ สนับสนุนทั้งเงิน วัสดุอุปกรณ์ และแรงงาน ฯลฯ ทั้งนี้เกิดจากความศรัทธาในตัวครูที่ได้ทุ่มเทเสียสละเพื่อพัฒนาบุตรหลานของตน จนมีพัฒนาการด้าน "การเป็นคนดี คนเก่ง และมีสุขภาพกายสุขภาพจิตดี" อย่างเห็นได้ชัด
  • ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ จากสกว. ได้ไปติตามงานวิจัยที่ลงชุมชนของรภ.อุบลฯ และแสดงความผิดหวังว่ารภ.อุบลฯ เป็นแห่งแรกที่สกว.ไปให้การสนับสนุน แต่ไปติดตามหลายครั้งก็ไม่เห็นมีอะไรเคลื่อนไหว (ช่วงนั้นกลุ่มผู้รับผิดชอบไม่ถนัดงานวิจัยแต่ก็รับไว้ทำเองโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์ไปมีส่วนร่วม) เมื่ออาจารย์แม่รู้เข้าก็อยากกู้หน้าให้สถาบัน จึงขออนุญาตไปเล่าเกี่ยวกับโครงการวิจัยที่ตนได้ทำ ซึ่งได้รับความสนใจมาก ดร.อมรวิชช์บอกให้ทำโครงการเพื่อขยายผลไปยังท้องที่อื่นแล้วจะให้งบประมาณสนับสนุน พอดีว่าอาจารย์จะต้องเดินทางไปเรียน Ph.D (Part Time) ที่ Perth, Western Australia จึงไม่ได้รับปาก
  • อาจารย์แม่ว่าโครงการของลูกแผ่นดินมีคุณค่าทั้งต่อการพัฒนาการปฏิบัติภารกิจของอาจารย์สถาบันอุดมศึกษา การพัฒนานักศึกษา และการพัฒนาชุมชน น่าจะเขียนโครงการวิจัย PAR เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณด้วยจากแหล่งทุนภายนอกด้วย เพื่อเสริมงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากมหาวิทยาลัย