เมื่อคืนนี้เข้ามาอ่านความเห็นของลูกขจิต คุณกานดา น้ำมันมะพร้าว และคุณคิม นพวรรณ พ่อลูกชายคนโปรดถามเรื่องตะขบยักษ์ ตะขบป่า บักเบ็น (ดูจะรู้เรื่องอะไรๆ ของทางอีสานอยู่ไม่น้อย เห็นบอกว่าเคยไปกินต้มฝักลิ้นฟ้าที่อีสาน ถามว่าไปกินที่จังหวัดไหนก็ไม่เห็นตอบ แต่บางเรื่องก็รู้มาแบบเพี้ยนๆ เช่น เมนูแกงกะปอม) เลยต้องไป Search หาข้อมูลมาตอบคนช่างถาม กลับเข้ามาอีกทีเที่ยงคืนแล้ว กลัวพิมพ์ตกหล่น พิมพ์ซ้ำ เหมือนเมื่อวานนี้ ก็เลยชะลอไว้ก่อนค่ะ
ขอบคุณ คุณกานดามากนะคะ เข้ามาเยี่ยมทีไรเป็นต้องมีของดีมาฝากทุกครั้ง น้ำผักปั่นน่ะพี่จะส่งสูตรไปให้ลูกสาวเพราะรายนั้นชอบทำรับประทาน พี่เองไม่ค่อยทำงานละเมียดละไมเท่าไหร่ ถนัดงานลุยๆ มากกว่า พี่เป็นคนที่ทานผักเยอะมาก ทานจนติด มื้อไหนไม่มีผักไม่ได้ อยู่ที่บ้านเรือนขวัญและที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ไม่มีปัญหา มีผักหลายชนิดให้เก็บกิน เวลาพี่ไปไหนพี่ต้องพกผักไปด้วยเพราะกลัวไม่มีกิน อย่างเช่นไปอยู่ที่เกาะช้าง 14-16 พ.ค. พี่ก็นำมะเขือเปราะ และขมิ้นขาวไปด้วย แต่พี่จะทานง่ายๆ แบบคนอีสาน คือใช้กินสดๆ และใช้นึ่งใช้ลวกค่ะ อ้อ! คุณกานดาเคยบอกว่าจะเขียนเรื่องฟักข้าวไม่ใช่หรือคะ Miss Suda-Chantavong เธอบอกในไฟล์อัลบั้มฟักข้าวที่พี่ใช้ประกอบบันทึกนี้ ว่า อยากจะรู้สรรพคุณเต็มๆ ของพืชชนิดนี้ พี่ให้ข้อมูลงานวิจัยไว้นิดหน่อยและบอกให้รออ่านรายละเอียดจากบันทึกของคุณกานดา หวังว่าคงได้อ่านในไม่ช้านี้นะคะ
ขอบคุณน้องคิม นพวรรณ จากพิษณุโลกมากนะคะที่มาร่วมแสดงความยินดี รอยยิ้มของน้องในแต่ละภาพดูมีความสุขจริงๆ นะคะ พี่แอบ Add ประวัติของน้องเข้าใน Folder ประวัติสมาชิก Gotoknow มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการเข้ามาเป็นสมาชิกแล้วล่ะค่ะ (ในฐานะผู้มีประวัติที่น่าสนใจติดตามผลงาน แต่ยังไม่มีโอกาสเข้าไปอ่านบันทึกของน้อง จะหาโอกาสเข้าไปอ่านให้ได้) เคยฝากขอบคุณที่ได้รับ "เมล็ดพันธุ์มุทิตา (เมล็ดถั่วญี่ปุ่น)" จากน้องไปกับลูกขจิต ไม่ทราบว่าถึงหรือเปล่าคะ ก็ขอขอบคุณโดยตรงอีกครั้งหนึ่งแล้วกันนะคะ แล้วน้องไปได้เมล็ดถั่วมาจากไหน พี่ให้ลุงสอเพาะไว้แล้วล่ะค่ะ พร้อมกับเมล็ดจามจุรีสีทอง และบวบหอม เย็นนี้จะแว้บ ออกไปติดตามดูซักหน่อยว่างอกแล้วยัง พี่ชอบคติของน้องเพราะตรงกับคติของพี่ คือ "ทำดีเพื่อดี ทำงานเพื่องาน" ท่านพุทธทาสภิกขุท่านก็สอนไว้อย่างนั้น ซึ่งเราก็น้อมนำมาปฏิบัติเพราะมันตรงกับอุปนิสัยของเราอยู่แล้ว แล้วเจอกันใหม่นะคะ See you around.
ลูกขจิตนี่ยังไงนะ เมื่อวานทำให้อาจารย์แม่ร้องไห้ วันนี้ทำให้หัวเราะ จะทำให้อาจารย์แม่เป็นคนมีอารมณ์ไม่คงที่ขึ้นๆ ลงๆ ไปแล้วไหมล่ะ ตอนอบรม "ศาสตร์แห่งนพลักษณ์" หลายเดือนก่อน วิทยากรเขาถามอาจารย์แม่ว่า ร้องให้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาจารย์แม่นึกไม่ออก เพราะไม่ค่อยได้ร้องไห้จากการที่เป็นคนอดทนต่อปัญหาที่มันมีมากมีบ่อยจนกลายเป็นความชินชา แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า ตัวเองเป็นคนที่อ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่ซาบซึ้งใจ จึงร้องไห้เมื่อมีความสุขแต่จะไม่ร้องไห้เมื่อมีความทุกข์
ถามอาจารย์แม่ว่า ตัวเองหน้าตาเหมือนแม่ไหม เคยเอาหน้าแม่มาให้ดูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อยากเห็นนะคะ (สังเกตุไหมว่า ตั้งแต่เปลี่ยนมาเรียก "ลูกขจิต" นี่ สำนวนเขียนอาจารย์แม่จะเปลี่ยนไป ก็คนมันอินนี่นา นึกว่าเป็นลูกตัวเองจริงๆ และก็เป็นลูกที่ยังเป็นเด็กด้วย เพราะตอนที่ลูกชายเรียนมัธยมเขาจะเป็นยังงี้แหละ ขี้เล่น อยู่ใกล้ชิดและชอบเย้าแหย่แม่ทำให้แม่มีความสุข แต่ตอนนี้เขาโตแล้วและมีสาวที่จะต้องดูแลทำให้เปลี่ยนไป กลายเป็นลูกสาวมามีพฤติกรรมนี้แทน เมื่อวานก็อ้อนแม่ว่าทำไมไม่ไปอยู่กรุงเทพฯ กับเธอ)
อาจารย์แม่เคยอ่านที่ลูกขจิตแสดงความเห็นในบันทึกของคนอื่นนานมาแล้วว่า เวลาไปเยี่ยมแฟนพ่อที่ไร่พนมทวน แฟนพ่อจะถามในสิ่งที่ตอบไม่ได้ อาจารย์แม่ก็สันนิษฐานไว้แล้วตั้งแต่ตอนนั้นว่า น่าจะเป็นคำถามเรื่องการแต่งงานแต่ก็ไม่แน่ใจ มาเฉลยเอาตอนนี้เอง "แฟน (พ่อ) บอกว่า เมื่อไรจะแต่งงาน...ทำเหมือนหาได้ง่ายๆ...เห็นหน้าตาแบบนี้ เลือกเหมือนกันนะแม่" ตกลงว่าหายาก หรือว่าเลือกไม่ได้กันแน่คะ อาจารย์แม่ว่าอย่างลูกขจิตนี่ต้องเป็นแบบหลังมากกว่า ตกที่นั่งเดียวกันกับหลานสาว (อาจารย์ที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ) ลูกสาวคนสุดท้องของพี่สาวคนโตของอาจารย์แม่ ที่ถูกแม่ถามประจำว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานทำนองว่าถ้าแต่งแล้วแม่จะได้หมดห่วง เธอก็บอกว่า คิดว่าแต่งงานแล้วจะหมดห่วงหรือ มีตัวอย่างมากมายที่แต่งงานแล้วมีปัญหา ถ้าแต่งแล้วมันแย่กว่าที่อยู่คนเดียว อยู่คนเดียวไม่ดีกว่าหรือ
เปลี่ยนเรื่อง Serious มาเป็นเรื่องเบาๆ เรื่องผลไม้ ตอนที่แม่ไปพักกับลูกชายคราวที่แล้ว เขาซื้อมะม่วงมหาชนกสุกมาทานกัน อาจารย์แม่ว่ากลิ่น รสชาติ และปริมาณเนื้อ สู้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไม่ได้นะคะ ปีนี้ต้นที่ฟาร์มดกมากและขนาดลูกโตขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่จะนำไปจังหันที่วัด กินเองและเป็นของฝาก ขายครั้งเดียวตอนหลังคนซื้อติดใจถามหาอีกแต่หมดแล้ว ส่วนตะขบยักษ์น่ะ อาจารย์แม่สืบค้นข้อมูลดูแล้ว เป็นตะขบบ้าน ส่วนตะขบป่าเป็นอย่างเดียวกันกับที่อีสานเรียกว่าบักเบ็น ไปรู้จักชื่อบักเบ็นมาจากไหนคะ ...ตายแล้ว คุยกับลูกขจิตเพลิน อาจารย์แม่ต้องเตรียมไปเป็นกรรมการสอบเค้าโครงปริญญานิพนธุ์นักศึกษาปริญญาโทสาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา รายนี้คงจะเป็นรายสุดท้ายที่อาจารย์แม่ดูแล เรียนป.เอกไม่จบบวกกับที่เขาได้อาจารย์ป.เอกมาใหม่ บวกกับที่อาจารย์มาใหม่ปรับหลักสูตรและสอนคนเดียว ปกติเขาจะสอนวิชาละสองคน เลยไม่ได้สอน