วันที่ 21 พ.ค. 54 ฤกษ์ 08.25 -10.48 น. ไปออกรถจากเต้นท์มุ่งหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อเอาฤกษ์

       แล้วเลี้ยวกลับมาถามช่างอีกทีว่าเกียร์ 4 ล้อนี่เขาใช้กันยังไง บอกตรงๆ ว่าไม่เคยใช้รถที่ใช้เกียร์แบบนี้มาก่อน ได้คำตอบว่า

      1) ขณะเข้าเกียร์ขับ 4 ล้อ ไม่ต้องเหยียบครัช ก็เข้าเกียร์ได้

      2)เกียร์ 2H - 4H - N - 4L ตามลำดับ

      3)ขณะเข้าเกียร์ต้องให้รถจอดสนิท(ยังกะขับแทรคเตอร์รุ่นเก่าแน่ะ)

  • เกียร์ 2H ใช้สำหรับขับเคลื่อน 2 ล้อ ทางเรียบ ทำความเร็วได้ตามปกติ
  • เกียร์ 4H  ใช้สำหรับขับเคลื่อน 4 ล้อ หากมาที่เกียร์นี้ ไฟจะโชว์ 4WD ทางลื่นหรือหล่ม ทำความเร็วได้ประมาณไม่เกิน 40 km/h ถ้าเกินจากนี้เขาว่าเกียร์จะพัง ???
  •  เกียร์ 4L  ใช้สำหรับขับเคลื่อน 4 ล้อ หากมาที่เกียร์นี้ ไฟจะโชว์ 4WD ทางลื่นหรือหล่มมาก จะทดแรงได้มากกว่า 4H
  • เกียร์ N เป็นเกียร์ว่าง แม้จะเข้าเกียร์ปกติ(1-5และ ถอย) เกียร์ก็จะไม่ติด คือรถไม่เคลื่อนที่
  • การใช้เกียร์ 4WD ต้องบิด FREE-LOCK ตรงดุมล้อหน้าไปที่ตำแหน่ง LOCK โดยการบิดตามเข็มนาฬิกาจนสุด เมื่ออยู่ตำแหน่งนี้ล้อหน้าจะถูกพ่วงกำลังจากเพลาขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหน้า แต่หากขับเคลื่อน 2 ล้อ แล้วยังอยู่ที่ตำแหน่ง LOCK ล้อหน้าจะดึงเพลาให้หนักกว่าปกติ แม้เกียร์ 4WD จะอยู่ในตำแหน่ง 2H ไม่ส่งกำลังก็ตาม เปลืองน้ำมันนิดหน่อยโดยใช้เหตุครับ การใช้เกียร์ 2H ต้องบิด FREE-LOCK ไปที่ตำแหน่ง FREE โดยการบิดทวนเข็มนาฬิกาจนสุด เมื่ออยู่ตำแหน่งนี้ล้อหน้าจะถูกตัดกำลังที่ต้องพ่วงต่อจากเพลา ทำให้เครื่องยนต์ทำงานเบาลง ประหยัดน้ำมันครับ

       วันที่ 22-23  พ.ค. 54 ขับขึ้นดอยอ่างขาง ทดลองใช้ เกียร์ 4H ขณะฝนตกทางลื่นและน้ำหลาก เสร็จแล้วจอดคาเกียร์ 4WD ไว้ รุ่งเช้าปลดเกียร์ 4WD ไม่ได้ ลองโยกถอยหลังสลับเดินหน้า 2-3 ที ถึงปลด 4WD ได้ หรือว่าก่อนปลดต้องถอยก่อน?

       ลงมาถึงเชียงใหม่ สลับยางหน้าไปไว้หลังเพราะคู่นี้ดอกดีกว่า ยางหลังถ่วงล้อแล้วสลับมาไว้ล้อหน้า ค่าสลับยางและถ่วงล้อ 250 บาท ค่าตะกั่วถ่วงล้อ 105 บาท รวม 355 บาท ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขับรถไปจอดไว้ที่อำเภอลี้ ลำพูน เตรียมไว้ทำสวนครับ

       ทดสอบอัตราการสิ้นเปลือง ระยะทาง 265 กม. ทางราบส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยางขับเร็วเฉลี่ย 80 กม./ ชม. โดยในระยะทางดังกล่าวใช้ปีนเขาด้วยเกียร์ 1-2 ประมาณ 20 ก.ม. ใช้น้ำมันดีเซลไป 22.8 ลิตร (700 บาท) ความสิ้นเปลืองตก กม.ละ 2.64 บาท (ที่ลำพูนลิตรละ30.70 บาท) หรือ 11.62 กม./ลิตร