สวัสดีครับทิมดาบครับ

ดีใจนะครับเนี่ยที่ได้เจอหมู่เฮา เลยก็ต้องเป็นลูกโป่งสวรรค์ไปด้วยละสิเนี่ย ตอนนั้นคงจะเป็นอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการวิจัยแบบ PAR และการวิจัยแบบ CO-PAR กับเทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการเพื่อทำงานเชิงปฏิบัติการสังคมในระดับชุมชน สนุกดีเนาะ เหน็ดเหนื่อยกันดี แต่ก็มักได้ทราบข่าวคราวกันอยู่เสมอครับว่าผู้คนคนทำงานที่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้และทำสิ่งต่างๆด้วยกัน ได้ไปมีบทบาททำสิ่งต่างๆดีๆกันเยอะ

ตอนนี้ผมไปอยู่ที่คณะสังคมศาสตร์ฯแน่ะครับ ไม่ไกลหรอกแค่เดินข้ามฟากถนนที่พวกเราได้ไปเวิร์คช็อปกันที่สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียนเท่านั้นเองครับ งานต่างๆก็ยังได้ทำเชื่อมโยงกัน เครือข่ายการทำงานแต่ก่อนเก่าก็ยังคงได้เจอและทำงานด้วยกันอยู่เสมอๆครับ

แนวคิดและรูปแบบการทำงานหลายเรื่องของอาจารย์หมอเกษมนี้ เหมาะมากเลยนะครับที่จะเชื่อมโยงกับงานสุขภาพชุมชนและหมออนามัย การนำบางเรื่องที่เกี่ยวกับท่านมาถ่ายทอดไว้อย่างในบันทึกนี้ ก็ใช้วิธีคิดเหมือนกับเรื่องชาวนาบัวเหมือนกันครับ คือ เชื่อมโยงเกร็ดชีวิตอันเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆบางเรื่องที่อาจจะไม่ค่อยโดดเด่นเมื่อมองร่วมกับเรื่องที่น่าสนใจแบบทั่วๆไปในสังคม ทว่า เป็นแง่มุมที่มีความหมายต่อพื้นฐานชีวิตจิตใจ และเป็นจุดก่อเกิดของเงื่อนไขเบื้องต้น ที่ส่งผลต่ออีกหลายอย่างในลำดับต่อมา อย่างนี้ ก็คงจะเป็นวิธีเรียนรู้และเข้าถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆในเรื่องที่เล็กๆน้อยๆแต่มีความยิ่งใหญ่มาก ได้เป็นอย่างดีอีกแนวหนึ่งนะครับ

ก็เหมือนกับเรื่องชาวนาบัวที่ผมชอบยกตัวอย่างเพื่อฝึกนักวิจัยให้สามารถบุกเบิกสร้างความรู้จากความเป็นจริงที่มีอยู่ว่า งานวิจัยและสร้างความรู้ที่เริ่มต้นจากเรื่องที่คนสนใจอยู่แล้วให้ได้ความรู้ที่ดีออกมาได้นั้น ก็นับว่าดี ทว่า ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องทั่วๆไปมาก เพราะเรื่องมันน่าสนใจอยู่ในตนเองอยู่แล้ว

แต่เรื่องนาบัวตอนนั้น ก็เหมือนของที่มีอยู่ตามข้างถนนหนทางและแหล่งน้ำทั่วไป ดังนั้น จึงมีความท้าทายที่เราควรจะได้เรียนรู้ด้วยตนเองว่า งานวิจัยและสร้างความรู้ที่ดีนั้น จะต้องสามารถทำให้สิ่งที่ไม่มีความหมาย ให้มีคุณค่าและความหมาย รวมทั้งด้วยพลังความรู้และพลังแห่งการเรียนรู้ที่ดี ก็ควรทำให้เกิดที่ทางในสังคมได้ด้วย ซึ่งต่อมา จากสิ่งที่ผู้คนไม่เคยได้รับรู้มากไปกว่าเห็นแต่ดอกบัวที่ใช้แต่เงินซื้อไปไหว้พระแต่ไม่เห็นผู้คนและสังคมอีกหลายมิติ นาบัวก็กลับได้เป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของคนพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ตนเองที่ดี ทำให้สังคมสามารถกลับบ้านถูกและสามารถค้นพบสิ่งใหม่ๆบนความเดิมๆของตนเองได้จริงๆ

ดีใจครับ ขอให้มีความสำเร็จ และหากได้ผ่านไปทางนั้นก็เลี้ยงข้าวจี่บ้างนะครับ