P ขอบคุณมากค่ะ คุณSASINANDA สำหรับข้อคิดเห็นดี ๆ ค่ะ
เวลาทำเวทีกับชาวนา ตั้งคำถามเหมือนกันว่า ...ไหนใครอยากให้ลูกเป็นชาวนาบ้าง... ก็มีหลายคนที่ยกมือนะคะ แต่ส่วนใหญ่เป็นอย่างที่คุณ sasinanda บอก คือ ไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากเหมือนตัวเอง
ที่บ้านเมือง Tours ของ Dr.Herve เพื่อนที่เล่าเรื่องให้ฟังนั้น ก็ใช้เครื่องทุ่นแรงหลายอย่างค่ะ ช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวสาลียังเคยขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนขับรถเก็บเกี่ยวซึ่งก็คือคุณพ่อเพื่อนนั่นเอง ที่บ้านเพื่อนมีรถยนต์ 2 คัน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านทุกอย่างค่ะ แถมเกษตรกรฝรั่งเศสมีบำนาญอีกต่างหากค่ะ แต่ที่เป็นเช่นนี้ได้ มีสาเหตุมาจากหลายประการค่ะ ขณะนี้เกษตรกรเค้าเหลือประมาณ 4% (ของเราประมาณ 50% ) นโยบายการพัฒนาภาคเกษตรโดยมีฐานจากองค์ความรู้ที่สร้างขึ้นในบริบทประเทศเค้า (ของเรา importมา และคนไทยไม่ชอบเป็นนักวิทยาศาตร์หรือนักวิจัย) กติกาและกฎหมายที่ดูแลคุ้มครองภาคเกษตร (ของเราทำให้ภาคเกษตรอ่อนแอลงทุกวัน) รัฐท้องถิ่นที่ขับเคลื่อนเรื่องสาธารณะ (เราก็กำลังทำแต่ช้ามากมาก) การลงทุนภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเงินของประเทศจึงไม่เจอภาวะ mobility of capital (เมืองไทยเป็นการลงทุนข้ามชาติ ผลประโยชน์ถูกดูดกลับประเทศแม่และหากค่าจ้างแพงกว่าที่อื่น นักลงทุนก็พร้อมย้ายฐานการผลิต) ระบบภาษีที่เข้มแข็งและเป็นรัฐสวัสดิการ (ของเรามีการเลี่ยงภาษี และภาวะจนกระจุก -รวยกระจาย)ฯลฯ
  
ตัวเองตั้งใจเปิดประเด็นนี้ให้วิวาทะค่ะ.....
ที่สำคัญ หากสังคมรับรู้ความเป็นจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องร่วมชาติ  คนที่มี "ความพร้อม" และมีความ "พอเพียง" คงยินดีเกื้อกูลคนที่ลำบากกว่า ซึ่งจะทำให้ทุนทางสังคมในบ้านเรางอกงามยิ่งขึ้นค่ะ