ขอบคุณค่ะน้องประถม ที่กรุณาให้ความสนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้ง ความเห็นของน้องเกี่ยวกับ "การเรียนการสอนที่มีเป้าหมายเพื่อสอบทั้งผู้สอนและผู้เรียน เมื่อสอบเสร็จผู้สอนส่งผลการเรียนและผู้เรียนรู้ผลการเรียนก็เป็นอันจบกัน" นั้น เป็นจุดอ่อนของการศึกษาไทยทุกระดับ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา พี่เองได้เห็นสภาพการณ์ในลักษณะนี้มากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2520 ที่เริ่มรับราชการในสถาบันอุดมศึกษามาจนถึงปัจจุบัน ช่างป็นการเรียนการสอนที่เข้ากันไม่ได้เลยกับยุคสังคม-เศรษฐกิจ ฐานความรู้ (Knowledge-based Society and Economy)  แต่บันทึกเกี่ยวกับประเด็นทางการศึกษาและการเรียนการสอนในลักษณะนี้พี่จะบันทึกใน Blog "Learntoknow" ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะคะเผื่อจะได้ให้ความเห็นที่มีคุณค่าอย่างที่พี่เคยได้รับจากน้องเช่นในบันทึกนี้ อ้อ! ตอนนี้พี่มีบันทึกที่ 2 ใน Blog "Pridetoknow" ที่ปรับจาก Blog "Plantoknow" เพื่อให้มีความหมายสอดคล้องกับแรงจูงใจในการเขียน Blog ไม่ทราบว่าแวะไปอ่านแล้วยังคะ บันทึกที่ 2 เป็นตอนที่แนะนำที่ตั้งฟาร์มเผื่อจะมีโอกาสไปเยี่ยม ถ้าไปในช่วงปลายเดือนมิถุนายน-ตุลาคม จะได้ชมสวนแก้วมังกรที่กำลังมีลูกสุกเต็มสวน และได้ลิ้มรสแก้วมังกรสีแดงที่ผู้บริโภคทุกคนติดใจนะคะ   

        และขอขอบคุณ น้อง (น่าจะเป็นลูกมากกว่า) กรรณิการ์ วิศิษฐ์โชติอังกูร จากเมืองที่เป็นความฝันของพี่ที่จะต้องไปเยี่ยมชมซึ่งจะต้องทำให้เป็นจริงขึ้นมาสักวันหนึ่ง ไปดูงานที่เมืองเหนือมา 4 ครั้ง ยังไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเมืองภูมิลำเนาของน้องแม้แต่ครั้งเดียว คือ เมือง "หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง" บรรยากาศการทำงานที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบรรยากาศโดยรวมของมรภ.เทพสตรีเป็นยังไงบ้างคะ พี่เคยไปดูงานที่นี่ครั้งหนึ่งนานมาแล้วสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่วิทยาลัยครูสุรินทร์ หนูคงเกิดแล้วนะคะในตอนนั้น พี่ดีใจมากที่บันทึกของพี่ทำให้น้องแสดงความตั้งใจที่จะพยายามส่งเสริมให้เยาวชนเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะก่อให้เกิดอานิสงส์มากค่ะ เพราะจะเป็นพื้นฐานให้เยาวชนมีแรงจูงใจที่จะทำในสิ่งที่ดีๆ และมีคุณค่าทั้งต่อตนเอง ต่อคนอื่น และต่อสังคมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏของเรา จำเป็นจะต้องได้รับการส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองมาก เพราะภาพพจน์จากมุมมองของสังคม มักจะมองว่านักศึกษาของเรามีความอ่อนด้อยทางวิชาการมากกว่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมาก่อน ซึ่งพี่เองก็ได้พยายามกระตุ้นให้นักศึกษาทุกหมู่เรียนที่ได้สอน มีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเองตามคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ เพื่อเปลี่ยนภาพพจน์ของบัณฑิตจากมรภ. ให้ดีขึ้น (พี่มีโอกาสสอนนักศึกษาชั้นปีที่ 1-2 จากทุกคณะ แทบทุกสาขาวิชา ใน 2 รายวิชา คือ วิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน และรายวิชาการพัฒนาทักษะการคิด) ถ้าน้องทำได้ผลเป็นยังไงเขียนไปเล่าให้ฟังบ้างนะคะ อ้อ! น้องสอนด้าน Food Science ใช่ไหมคะ พี่สนใจหาความรู้ในเรื่องนี้ ไม่ทราบน้องมีบันทึกเกี่ยวกับเรื่องประเภทนี้หรือเปล่า ถ้ามีพี่จะติดตามอ่าน