อ่านอาจารย์เขียนเล่าแล้วสนุก น่าสนใจ จากนักวิชาการมือโปร แต่เขียนแบบบ้านบ้านน่าอ่านมากครับอาจารยื ผมทำงานอยู่ที่วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน ตำบลพนางตุง ตามบัญชาหรือลายแทงความคิดของท่านอาจารย์สุธิวงศ์ ได้ทำการบ้านเก็บข้อมูลเป็นภาพถ่ายเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นทางการส่วนตัว ตามโจทย์ที่อาจารย์บอกผมเมื่ออาจารย์นั่งรถผ่านถนนสายยกระดับจากสงขลามา ม.ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เมื่อเดือนกุมภา ปี ๒๕๕๐ และอาจารย์ได้เขียนให้ข้อคิดข้อแนะนำไว้มากมาย ดังตอนหนึ่งที่ว่า "ผมขอให้ อ. ไพฑูรย์พาไปดูพื้นที่โดยรอบวิทยาลัยฯ โดยให้รถไป ต. พนางตุงผ่านถนนและสะพานใหม่ที่ตัดจาก อ. ระโนด ทำให้ผมได้เห็นความงามของดงตาลบริเวณนี้ ได้รูปงามๆ ของดงตาลมาฝาก ได้รับรู้เรื่องกลุ่มเลี้ยงควายและถ่ายรูปควายนอนแช่น้ำอย่างมีความสุขโดยมีนกกระยางเป็นเพื่อน รถแล่นผ่าน "แหลมดิน" ซึ่งด้านขวามือเป็นทะเลน้อย ซ้ายมือเป็นทะเลสาบส่วนที่เรียกว่า "ทะเลหลวง" บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำกว้างใหญ่มาก ผมชื่นชมที่เขาตัดถนนยาว ๖ กม. ผ่านโดยทำอันตรายต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด โดยสร้างเป็นสะพานเตี้ยๆยาว ๖ กม. ในที่ลุ่มริมถนนมีนกน้ำหากินอยู่มากมาย ผมเกิดความคิดว่า ภูมิปัญญาชุมชนที่เป็นชุมชนในพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ติดทั้งทะเลสาบ และทะเลมหาสมุทรนี่แหละคือลักษณะจำเพาะของที่นี่ ที่เป็นโอกาสให้เรียนรู้และสร้างผลงานวิชาการได้อย่างมากมาย โดยจะไม่มีมหาวิทยาลัยใดแข่งขันได้เลย เพราะพื้นที่แบบนี้มีอยู่ที่เดียวในประเทศไทย" ทิศทางในการพัฒนา และแก้ปัญหา เรื่องความขัดแย้งการใช้ทีดินที่ยังแก้ปัญหาไม่รู้จักจบ ขณะนี้สภามหาวิทยาลัยแก้ปัญหาชุมชนแบบเกาไม่ถูกที่คัน ด้วยเพราะว่าไม่ใช้ข้อมูลชุมชน มาวิเคราะห์แก้ปัญหา ดังการทำงานของนักพัฒนาชุมชนที่ว่า "ข้อมูลเป็นสำคัญ ชุมชนเป็นฐานบูรณาการกับชีวิตจริง" อ่านข้อเขียนของอาจารย์แล้วที่ไปดูนก อยากให้อาจารย์มีเวลามาพักผ่อน นอนชิม วัฒนธรรม และธรรมชาติของป่าชุ่มน้ำพนางตุง และช่วยชี้แนะอะไรต่อมิอะไร และเพื่อให้ผมได้มีโอกาสรับใช้บริการอาจารย์ในการท่องชุมชนในป่าพรุที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มากๆหากมีเวลาขอเรียนเชิญและยินดีรับใช้ด้วยความตั้งใจครับอาจารย์