มาว่ากันต่อวันละนิด วันละหน่อยนะครับ
ผมคิดว่าถ้าทำหมดทุกเรื่อง ทำไปพร้อมๆ กัน โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ONET จะต้องสูงขึ้นๆๆ อย่างแน่นอน เพราะมีทั้งตัวผลักตัวฉุด แต่คงต้องรอรัฐบาลใหม่ ที่มีนโยบายการระดมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกด้าน มาเรื่อง ละหลายๆ ร้อยๆ คน ให้คิด แล้วมียุทธศาสตร์ Road Map และแผนปฏิบัติการ ของมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดพร้อมๆ กัน ก่อนที่จะลงไปถึงการจัดการเรียนรู้ ตามเป้าหมาย ครับนั่นคือการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ที่ทำกันทุกส่วน ที่มุ่งความสำเร็จตามเป้าหมาย ที่เป็นคุณลักษณะของนักเรียน ที่ผมกล่าวมา ครับ Mega Project ทางการศึกษา อย่างนี้ คงจะได้อะไรที่มากกว่า ONET ไหมครับ
"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ ตามศักยภาพของแต่ละคน"
เมื่อนำเอาเป้าหมาย ต่อไปนี้มาเป็นตัวตั้ง แล้วต่อไปจะทำอะไร
1. ครูจะสอนอย่างไรกันดี
คำว่าสอนนี้ ต้องแปลว่าการจัดการเรียนรู้ นะครับ
ครูจะจัดการเรียนรู้ได้ดี หรือส่งผลตามเป้าหมายเล็กๆ ที่สอนแต่ละครั้ง หรือ แต่ละเรื่อง หรือ แต่ละตัวชี้วัด หรือ หลายๆ ตัวชี้วัดนั้น ไม่ใช่เพราะครูฝ่ายเดียว แต่จะมีองค์ประกอบสนับมากมาย นับตั้งแต่ห้องเรียน และแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอก โรงเรียน หลักการ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อ อุปกรณ์ และตัวช่วยอื่นๆ ที่จะทำให้ นักเรียน รู้จริงในสิ่งที่เรียน ปัจจัยสนับสนุนนี้จะรอให้สมบูรณ์แบบ ด้วย Mega Project ที่ผมกล่าวถึง ไม่ได้ คงต้องอาศัย ครู และความเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนไปก่อนซึ่งจะกล่าวถึงในข้อต่อไป
ครูยุคใหม่ ควรจะมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ต่อไปนี้
1. จัดการรียนรู้ตรงตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด ที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สอดแทรกอยู่ด้วย
2. มีการตรวจสอบ และซ่อมเสริมคำใหม่ในบทเรียน ที่ไม่มั่นใจว่านักเรียนจะ เข้าใจอย่างถูกต้อง และทั่วถึง
3. มีคำถามจากนักเรียน จากครู และมีคำชมของครูเป็นระยะๆ
4. จัดการเรียนรู้ได้อย่างน่าตื่นเต้น เร้าใจ
5. มีการผสมผสานวิธีการจัดการเรียนรู้ หลายวิธี เชื่อมโยงไปยังหลายกลุ่มสาระ
6. มีการใช้สื่อ ที่เป็นภาพ เสียง และให้นักเรียนมีการลงมือปฏิบัติ
7. ปรับเปลี่ยน(Transform) วิธีการเร้า และการตอบสนองของนักเรียนเป็นระยะๆ
8. ท้าทายความสามารถนักเรียนเก่ง
9. นักเรียนได้วิเคราะห์ และสังเคราะห์ความรู้ ตามระดับความสามารถ เก่งมากๆ เก่ง ปานกลาง อ่อน อ่อนปวกเปียก ในทุกกลุ่มสาระ
10. ครูใช้เวลาในการบอกความรู้น้อย นักเรียนใช้เวลาทำกิจกรรมมากกว่า
11. มีการตรวจสอบว่านักเรียนจับความคิดรวบยอด (concept) ของการสอนแต่ละครั้ง หรือ แต่ละเรื่องได้หรือไม่
12. วัดผลประเมินผล จาก การสังเกต สอบถาม สัมภาษณ์ ทดสอบ อย่างเป็น ทางการ ละไม่เป็นทางการ เน้นขณะที่ทำการจัดการเรียนรู้ เพื่อจะได้ซ่อมได้เสริมขณะที่กำลังสอน
13. มีข้อเสนอแนะการปรับใช้กับนักเรียนเก่ง อ่อนไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้
14. ใช้ ICT เพื่อการจัดการเรียนรู้
15. ครูยุคใหม่ (ใน 10 ปีข้างหน้า) ต้องไม่รับจ้าง หรือ สอนพิเศษเพื่อเรียกเก็บเงิน จากเด็ก
จะสำเร็จได้อยู่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน เห็นด้วย และมองเห็นเป็นความท้าทายสำหรับความเป็นผู้อำนวยการยุคใหม่ ที่บริหารการเรียนรู้ได้อย่างสอดคล้องกับคุณลักษณะของครูยุคใหม่ หรือผู้เป็นครูใหญ่ที่สามารถ นำครู ร่วม เสริมครูได้ ซึ่งภาวะผู้นำ (Leader ship) ของผู้อำนวยการ ต้องมีทั้งเรื่องการบริหารจัดการทั่วไป และ ภาวะผู้นำในการจัดการเรียนรู้ (Learning leadership) เพื่อที่จะเข้าถึงการเรียนรู้ของเด็ก วิธีการจัดการเรียนรู้ของครู ให้ได้ เข้าใจหัวจิตหัวใจของเด็ก และครูให้ได้ และนำไปสู่การพัฒนาครูที่ส่งผลต่อการนำไปพัฒนาเด็กให้ได้ ผู้อำนวยการจึงต้องพัฒนาตัวเอง ในเรื่องหลักการ แนวคิด ทฤษฎี วิธีการสอน เพื่อนำไปช่วยครูด้วยตนเอง หรือร่วมกับศึกษานิเทศก์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลช่วยเหลือทางวิชาการแก่ครูมามาก ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือวิธีการประชุม อบรมครูของผู้อำนวยการต้องเปลี่ยน โดยนำเอาวิธีการจัดการของเรียนรู้ของครูที่กล่าวถึง มาปรับใช้กับครูอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นแบบอย่างของความเป็น Learning Leadership อย่างหนึ่ง
แล้วจะพัฒนาครูยุคใหม่อย่างไร ซึ่งจะขอพูดในตอนต่อไป