เมื่อวานทาน MK ประมาณ 70 นาที กลับมานนั่งพิมพ์และโพสต์ซะสามชั่วโมง หมดแรงก่อนจบ ได้กำลังใจจากกองเชียร์ ตื่นเช้าขึ้นมามีผู้มาอุดหนุนกันถึง 29 ท่าน สองท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ คุณครู ฐานิศวร์ จากบุรีรัม และ ท่าน ศน.ลำดวน จากสุพรรณบุรี. ก็ต้องขอบคุณ และขอบคุณทุกท่านที่คลิ๊กเข้ามาให้ตัวเลขขึ้น วันนี้มาว่ากันต่อนะครับ

8. ก่อนเซ็คบิลล์ พนักงานยังมาถามอีกว่า เติมน้ำอีกไหมค่ะ (คิดถึงที่เขตพื้นที่การศึกษา....

เมื่อคุณครู ผู้บริหารในปัจจุบัน หรือผู้อาวุโสที่เกษียณอายุไปแล้ว และ ใครก็แล้วแต่ที่เข้าในสำนักงานแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นประชาสัมพันธ์ หรือไม่เป็นประชาสัมพันธ์ พอเห็นว่าใครโผล่เข่ามา และยังไม่มีใครมาต้อนรับ ก็จะผละจากงานเข้ามาเชื้อเชิญให้นั่ง กุลีกุจอหาน้ำมาให้ดื่ม ถ้าเห็นว่าอ่อนแรงมาหน่อย ก็จะถามว่า กาแฟสักถ้วยนะครับ/นะค่ะ แล้วก็สอบถามความต้องการ และจัดการให้บริการ โดยไม่มีการพูดว่า “เจ้าหน้าที่ไม่อยู่” หากบริการไม่ได้จริงๆ ก็จะขอชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์เข้าไว้ และบอกว่า “แล้วหนู/ผม จะฝากไปให้ จะโทร์ไปบอก จะส่งไปให้” ตามที่ต้องการ.....ที่ทำได้ขนาดนี้พระผู้อำนวยการเขตพื้นที่ท่านเอาใจเข้าไปใส่ในงานของท่าน ท่านรองฯ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่สรุปรายงานทุกวัน ว่าวันนี้งานเข้ากี่ประเภท กี่งาน สำเร็จกี่รายการ คั่งค้างกี่รายการ เพื่อดูแลช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อีกทอด คงเหมือนๆ กับ MK ที่เขาฝึกอบรมพนักงานมาดี และระดับบริหารเองเขาคงปฏิบัติตนในฐานะผู้นำองค์กรได้ดี)

9. บนโต๊ะมีสลิปสำหรับให้ข้อมูลย้อนกลับที่ทำไว้อย่างสวยงาม เล็ก ๆ พร้อมปากกา

ผมจึงหยิบมาเขียน “สุดยอดการบริการ” ทุกข้อคำถามเกี่ยวกับความพอใจให้คะแนนเต็มทุกข้อ แต่มีข้อสงสัย ที่ในจานผักที่มีข้าวโพดตัดเป็นท่อนเล็กๆ ประมาณหนึ่งเซ็นต์มาให้ ...ทานยากเหลือเกิน ทางร้านคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างสองอย่าง หรือจะให้เด็กๆ แทะเล่น ถ้าแทะก็ต้องใช้มือจับ ก็น่าจะไม่ถูกหลักอนามัยอีก หรือ เหตุผลอื่น ก็ตั้งข้อสัยไป

กรณีนี้ ทำให้คิดถึงหลายอย่าง

- คุณครูที่ให้นักเรียนให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเอง

- โรงเรียนที่มีกิจกรรมที่ขอให้ชุมชน ครู และนักเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ ก่อนปิดภาค เรียน เพื่อจะนำไปพิจารณาปรับปรุง

- โรงเรียนที่นำเอาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่โรงเรียนสอบเอง และคะแนน ONET

LAS, GPA ฯลฯ ที่เพิ่งผ่านมา มาพิจารณาหาวิธีการปรับปรุงตนเอง โดยส่วนรวมและตามภาระหน้าที่ของแต่ละฝ่าย แต่ละคน

ที่คิดตะเลิดเปิดเปิงไปอีก ก็คือ คิดไปว่า

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เขาคงไปทบทวนว่า ที่คะแนน ONET ออกมาน้อยน่าใจหายนั้นเพราะระบบการศึกษาอ่อนแอ หรือ การสอนอ่อนแอ หรือ การออกข้อสอบของตัวเองอ่อนแอกันแน่ ผลเป็นอย่างไร สาบันทดสอบฯ ก็มีการแถลงข่าวอย่างใหญ่โตเพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องของการสร้างชาติอย่างยั่งยืน การแถลงข่าวนั้นก็เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการของสถาบันให้ได้ อาจนำข้อทดสอบแต่ละวิชา แต่ละข้อมาวิเคราะห์ ชี้แจงให้เห็นว่า อยู่ในกรอบของ มาตรฐาน ตัวชี้วัด ของหลักสูตร และที่เด็กทำข้อสอบได้น้อยนั้นไม่ใช่เป็นเพราะข้อทดสอบ แต่เพราะเป็นความอ่อนของทั้งระบบการจัดการศึกษา ที่ไม่ลงเอยด้วยการโทษแต่ครู

เพื่อที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย นับตังแต่รัฐมนตรี ลงมาตามลำดับ (รวมทั้ง สมศ. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) ที่เคยรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ของโรงเรียนมาแล้วว่า รับรองคุณภาพเป็นส่วนใหญ่

รับรองแล้ว ทำไมถึง ONET ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ) เพื่อจะได้ทบทวนปรับปรุงตนเอง

เช่น

- ท่านรัฐมนตรี : ทบทวนปรับปรุงระบบบริการราชการ และบริหารการเรียนรู้ให้ สพฐ. เป็นองค์กรมหาชน เพื่อเลขาธิการ สพฐ. จะพิจารณาตนเองได้สะดวกขึ้น หรือ เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เช่น สำนักงานบริหารการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้พุ่งเป้าไปยังคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ หรือ อื่นๆ ก็แล้วแต่ท่านจะคิด

- ท่านเลขา สพฐ. ทบทวน ปรับปรุง องค์กร สำนัก ใน สพฐ. ตลอดจนมาตรฐานการปฏิบัติงานของแต่ละสำนัก ให้สามารถควบคุมคุณภาพงานได้ เหมือน หรือ คล้าย MK

ที่สามารถประกันคุณภาพความอร่อยได้ทุกสาขา สาขาของ สพฐ. คือ สำนักงานเขตพื้นที่

ทำอย่างไรให้ ทุกเขตพื้นที่ ได้มาตรฐานคุณภาพตามมาตรฐาน ของ สพฐ. เป็นความรับผิดชอบของ เลขาธิการ สพฐ. ถ้าไม่สามารถทำได้เพราะด้วย ผู้อำนวยการเขตพื้นที่เป็นข้าราชการ ที่ถูกให้ออกปลดออกยาก ก็อาจมีการสอบ สรรค์หา แต่งตั้งบุคคลที่ไม่เป็นข้าราชการเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อจะได้ปลดออกได้ง่ายๆ ถ้า ผลกรเรียนรู้ของนักเรียนไม่ถึงระดับที่พึงพอใจ

- ผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ต้องปรับปรุง ตนเอง ถ้าทำไปสักระยะ ONET หรือ ผลการวัดประเมินผลในระดับชาติอื่นๆ ยังไม่ดีขึ้น ก็อาจต้องเข้มงวดกับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน เช่น ต้องมาจากครูเก่ง ครูดี เท่านั้น มีระบบการนำครูเก่ง ครูดี เข้ามาเป็นครูใหญ่และผู้อำนวยการโรงเรียน

- คุณครู ก็ต้องทบทวนปรับปรุงตนเอง ทั้งด้านเนื้อหาการสอน วิธีการสอน และพฤติกรรมการสอน

ที่ยังไม่พูดถึง คือ ศึกษานิเทศก์ ซึ่งอยู่ใน สพฐ. และเขตพื้นที่ ก็ต้องปรับปรุงตนเอง

อีกทั้ง สพฐ. และเขตพื้นที่ก็ต้องปรับปรุงวิธีการใช้ศึกษานิเทศก์ให้เป็น เปิดโอกาสให้ศึกษานิเทศก์ได้ใช้สมอง ให้อภิปรายได้ เสนอแนะได้ ไม่มีการสั่งให้ศึกษานิเทศก์ทำผลงานทางวิชาการให้ ให้เสียศักดิ์ศรี และหากศึกษานิเทศก์ไม่เข้าท่าไม่เข้าทาง อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจให้กลับไปยังโรงเรียน ในฐานะครูผู้สอนที่เคยสอนเก่งมาก่อนได้ (ศึกษานิเทศก์ต้องมาจากครูเก่ง และครูดี เช่นเดียวกับ ครูที่จะมาเข้าสู่ตำแหน่งครูใหญ่ ผู้อำนวยโรงเรียน)

แต่ผมก็ไม่ค่อยจะมั่นใจสักเท่าไร กับการเอา ONET หรือผลการทดสอบใดๆ ในระดับชาติมาเป็นหลักในการปรับปรุงพัฒนา เพราะกว่าจะรู้ผล ก็สายเสียแล้ว ทุกปีไป จะดูผลการประเมินภายในจากต้นสังกัด ที่ทำทุกปี ก็สายเสียแล้วทุกปีไป ยิ่งรอรับการประเมินภายนอกจาก สมศ. ทุก 4 ปี ยิ่งสายอย่างมโหฬารไปเลย ครบสี่ปี แล้วเอาพนักงานบริษัทที่ขาดทักษะการขาย การทำงาน มาเป็นผู้ประเมิน ผลการประเมินจะเชื่อถือได้ไหมครับ

สภาการศึกษาน่าจะได้ทบทวนปรับปรุงระบบประเมินภายนอกกันบ้างไหมครับ

พูดถึงสภาการศึกษา ผมคิดว่าท่านคงร้อนๆ คงหนาวๆ เหมือนกัน

แต่ได้เอ็คชั่นแล้วบ้างหรือยัง ผมยังไม่ทราบ

ผมยังมั่นใจในการมีสถาบันการทดสอบครับ ต้องมีตลอดไป หากจะมีเออเรอ์บ้างก็ค่อยๆ ปรับปรุงไป นานปีเข้าก็คงเก่งขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าทำกันถึงขนาดนี้ ONET ในหนึ่งถึงสามปีข้างหน้า จะขึ้นได้จริง หรือไม่ ......มันก็น่าจจะขึ้นบ้างใช่ไหมครับ และถ้าจะขึ้นได้จริง ๆ คงต้องขอหลักการประกันคุณภาพของ MK มาประยุกต์ใช้ จะใช้อย่างไร ผมมจะลองเสนอแนะให้อ่านกันอีกนะครับ