สวัสดีครับพี่ใหญ่ครับ

พอรู้ปูมความสนใจที่มีมาแต่นานนม เลยอดไม่ได้ที่จะต้องนำหนังสือนี้มาอวดพี่ใหญ่สักหน่อยนะครับ อันเนื่องมาจากก็เป็นหนังสือที่ไปได้มาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ สำนักของพี่ใหญ่ และแนวหนังสือ ก็เป็นหนังสือแนว Autoethnograph หรือ อัตมานุษยวิทยา ซึ่งจะเรียกว่า 'การถอดบทเรียนชีวิต' ที่นำมาใช้ในงานวิจัยทางมานุษยวิทยาก็คงจะได้

         

คนสองโลก : วิถีอเมริกัน-ไทย โดย ศาสตราจารย์วรรณี วิบูลสวัสดิ์ แอนเดอร์สัน ศาสตราจารย์ทางมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐอเมริกา และนักวิชาการ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

                         

โครงเรื่องอย่างนี้หากเป็นแนวการวิเคราะห์และศึกษาเชิงปรากฏการณ์ ก็จะเห็นฉากและท้องเรื่องหรือบริบทของชีวิตที่สำคัญ ๔ บริบท คือ พื้นฐานจากสังคมไทย (แทนด้วยสายฝนและดวงจันทร์), พื้นฐานของสังคมอเมริกัน (แทนด้วยหิมะ), เส้นทางชีวิตที่ผสมผสานกันสองวัฒนธรรม, และสุดท้ายจัดวางตำแหน่งแห่งหนความเป็นเฉพาะตนและกาลเทศะแห่งตนของพลเมืองสองโลกที่ขมวดลง In Two Worlds

บทเรียนในส่วนหลังนี้ ชีวิตบุคคลก็จะมีฐานะเป็นเพียงตัวเดินเรื่อง นำเสนอปรากฏการณ์และสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงชีวิตจิตใจของคนสองวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอีกแนวโน้มหนึ่งของสังคมโลกในการเกิดกลุ่มวัฒนธรรมย่อยและการผสมผสานทางสังคมวัฒนธรรม

                        

                        

การเล่าเรื่องและนำเสนอสิ่งต่างๆในรูปของการบอกเล่าปรากฏการณ์และสถานการณ์นั้น เป็นการให้ข้อมูลทั้งจากตัวบทและบริบทของเรื่อง รวมทั้งการจัดวางองค์ประกอบต่างๆเพื่อจูงมือผู้อ่านให้เข้าไปสู่ปรากฏการณ์และสถานการณ์ดังกล่าวนั้นด้วยตนเองให้ได้อย่างดีที่สุด บริบทแวดล้อมต่างๆ สถานการณ์ที่นำเสนอและถ่ายทอด รวมทั้งการอ้างอิงและเชื่อมโยงกันภายในเนื้อหาการเล่าต่างๆ จะช่วยกันทำให้ผู้อ่านและผู้ศึกษางานอย่างนี้สามารถเข้าถึงความเป็นชีวิตจิตใจของสิ่งที่ถูกนำเสนอได้เป็นอย่างดี มากกว่าที่ปรากฏด้วยตัวหนังสือ งานแนวนี้จึงมีคุณูปการต่อการสร้างความรู้เพื่อความเข้าใจสิ่งต่างๆด้วยหัวใจและด้วยบริบทของสิ่งนั้นๆ

                         

ในส่วนที่พี่ใหญ่และเครือข่ายการถอดบทเรียนจะต่อยอดงานในแนวนี้นั้น ในทรรศนะผม ก็จะมองว่างานแนวมานุษยวิทยานั้น โดยมากแล้วก็จะมุ่งสร้างพลังแห่งความเข้าใจ รวมทั้งสร้างทรรศนะเชิงทฤษฎีพื้นฐานจากจุดยืนของผู้กระทำหรือจากผู้ปฏิบัติและผู้สร้างปรากฏการณ์ มีความเข้มแข็งในการอธิบายและแสดงความเข้าใจปรากฏการณ์

แต่ที่ยังมีคนสนใจทำน้อยมากก็คือการนำไปสู่การปฏิบัติการเชิงสังคมด้วย รวมทั้งการพัฒนาเป็นเครื่องมือความรู้เพื่อเคลื่อนไหวทางสังคมในหน่วยเล็กๆ เช่นในชุมชนและกลุ่มผู้ปฏิบัติ แง่มุมนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้เพื่อนำมาใช้ทำงานความรู้ในสังคมไทยมากอย่างยิ่งครับ.