
ชานบ้าน จะเหมือนกับขนบการทำบ้านเรือนของชาวบ้านในชุมชนเกษตรกรรมและชุมชนในชนบท โดยก็จะมีลักษณะเป็นพื้นที่ใช้สอยและเป็นองค์ประกอบจัดวางทางสังคมอยู่ในตัวเอง เรื่องเล่าและเรื่องราวเป็นจำนวนมากในชีวิตของคนชนบทจะก่อเกิดขึ้นที่ชานบ้าน เมื่อเด็กก็จะนั่งฟังนิทานและเรียนรู้ดวงดาวกับท้องฟ้า สืบทอดความรู้กันในชานเรือน ใช้ดูแลญาติพี่น้อง ลูกหลาน และชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย ต้อนรับขับสู้ผู้คนที่ไปมาหาสู่กัน
นอกจากนี้ก็มีลานบ้าน ซึ่งตอนนี้หมดสภาพไปแล้ว การมีลานบ้านเกิดจากวิถีการผลิตที่ต้องใช้แรงงานจากวัวควาย การนวดข้าว อีกทั้งเกิดจากขนาดครอบครัวและแบบแผนการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันของคนหลายรุ่น เมื่อไม่มีเด็กๆ วัวควาย และการเดินไปมาหาสู่กัน ตลอดจนการต้องกองลอมข้าว นวดข้าว เหล่านี้ ลานบ้านและกิจกรรมที่ต้องอยู่กับผืนดินเป็นส่วนใหญ่ก็หายไป พัฒนาการอย่างนี้เป็นการบันทึกสภาวการณ์สังคมและทำให้เราสามารถอ่านวิถีชีวิตของชุมชนต่างๆได้เป็นอย่างดีเช่นกันนะครับ