วันนี้ ช่างเป็นวันที่แสนประหลาดวันหนึ่งที่ได้พบกับมือเขียนป้ายคัตเอ๊าท์หรือป้ายโปสเตอร์โรงหนังเฉลิมไทยซึ่งถือว่าเป็นมือหนึ่งของประเทศไทยและเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบนถนนราชดำเนิน น้องๆที่ีมหาวิทยาลัยมาชวนไปกินข้าวเหนียวกันที่ร้านริมคลอง แต่บังเอิญที่ร้านปิด ก็เลยหาทางไปเรื่อยๆ ผมให้นึกถึงร้านแห่งหนึ่งที่ริมถนนรัตนาธิเบตเนื่องจากทำร้านเหมือนแกลลอรี่และมองเห็นแกรนด์เปียโนอยู่ข้างใน ผมเลยออกปากว่าอยากไปร้านนี้ เพื่อถือโอกาสไปดูรูปเขียน และเมื่อเห็นแกรนด์เปียโนก็ให้นึกอยากฟังเพลงร้องที่ร้องกับเปียโน

เมื่อไปแล้ว ระหว่างนั่งกินข้าวก็กระซิบแก่เด็กในร้านว่า ช่วยไปถามเจ้าของให้ร้านหน่อยได้ไหมว่าหากผมต้องการเดินขึ้นไปดูรูปเขียนที่ห้องกระจกชั้นบนของร้านซึ่งผมมองเห็นเมื่อนั่งรถผ่านไปมา จะได้ไหม เด็กก็อุตส่าห์วิ่งกลับไปมาสองสามรอบ ในที่สุดก็ทราบว่าเขาอนุญาตให้ขึ้นไปดูได้ พอขึ้นไปและได้คุยกันแล้วก็ต้องนึกอุทานในใจ เนื่องจากได้ไปเจอคนต้นเรื่องเข้าอย่างจังในด้านการเขียนป้ายโปสเตอร์ของโรงหนังเฉลิมไทยซึ่งในวงการทำหนัง สื่อบันเทิง และวงการศิลปะ ต้องยกให้ว่าเป็นหนึ่งของประเทศไทย

ผมให้นึกถึงเลิศชาย สินเสริฐ ศิษย์เก่าราชบุรีรุ่นที่ ๑ มือเขียนใบปิดหนังและมือทำการ์ดที่ระลึกคนหนึ่งขององค์การโทรศัพท์ รวมทั้งนึกถึงท่านอาจารย์สมบูรณ์ของเรา เพราะพี่ท่านที่ผมได้เจอนี้ เป็นผู้อยู่ในกลุ่มของเปี๊ยกโปสเตอร์ ศิษย์เก่าแก่ของเพาะช่าง ผมได้สนทนากับท่านอยู่พักหนึ่งและได้ขออนุญาตไว้ล่วงหน้าว่าจะขอไปคุยอีกเรื่อยๆเพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวที่เป็นหมายเหตุทางสังคมในอีกมิติหนึ่งนี้ไว้ให้ได้ สักนิดหน่อยก็ยังดี