สวัสดีครับคุณครูฑูรย์ครับ
หากพิจารณาว่า พื้นฐานความเป็นการวิจัยและจิตวิญญาณของการวิจัย ก็คือการตั้งคำถาม ตั้งมุมมอง จากนั้นก็หาวิธีรู้วิธีได้ปัญญาหรือสร้างความรู้ด้วยการพิสูจน์และแสดงความเป็นจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาสร้างความงอกงามแก่ชีวิตทั้งตนเองและแก่ผู้อื่นได้ไปตามกำลังของตน อย่างนี้แล้วละก็ การวิจัยก็จะเป็นกระบวนการที่อยู่ในวิถีชีวิตและวิถีปฏิบัติของชาวบ้านอยู่แล้วเป็นจำนวนมากครับ วิธีการที่แตกต่างกันของต่างประเทศหรือความรู้สมัยใหม่ ก็จะแตกต่างกันเพียงตัวกิจกรรมทางเทคนิคเท่านั้น เพราะเงื่อนไขทางสังคมของเราแตกต่างกัน แต่ในแง่ของตัวปัญญาและความมีปรีชาญาณแล้ว วิธีแบบบ้านๆ กับวิธีสมัยใหม่ ไม่เป็นตัวบ่งบอกหรอกครับว่าวิธีไหนจะสร้างปัญญาและหาความรู้มาใช้แก้ปัญหา รวมทั้งใช้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆในชีวิต ได้ดีกว่ากันอยู่ตลอดไป
อย่างวิธีนี้ที่คุณครูฑูรย์ชอบ ดูว่ามันออกจะง่ายและเป็นชาวบ้านไป แต่ก็เหมาะกับเงื่อนไขของชุมชน โดยเฉพาะในชนบทหรือในชุมชนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางประสบการณ์ ที่จำเป็นต้องมีวิธีทำงาน สร้างวัฒนธรรมการคิดและทำสิ่งต่างๆด้วยกันในเงื่อนไขความจำเป็นใหม่ๆพร้อมกับได้ใช้ประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นให้เป็นการเพิ่มพูนภูมิปัญญาและความเท่าทันความรู้สมัยใหม่ๆของโลกปัจจุบันไปด้วย หากเป็นคนทำวิจัยและเป็นคนทำงานความรู้ ก็จะรู้สึกว่า แม้เราไม่มีอำนาจและทรัพย์สินเงินทองอย่างอื่น ก็จะมีวิธีดีๆอย่างนี้ช่วยสังคมได้ล่ะครับ ทำให้มีโอกาสทำวิจัยและปฏิบัติการสร้างกำลังนำการเปลี่ยนแปลงตนเองของสังคมได้ดียิ่งๆขึ้นน่ะครับ เลยก็จะสอดคล้องกับแนวความสนใจของคุณครูฑูรย์น่ะครับ