ขออนุญาตแชร์ความเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ความคิดเห็นของผม ผมมีมุมมองว่าแก่นของปัญหาคือ กรอบแนวคิดของบุคคลที่ขาดภูมิคุ้มกันทางการใช้ปัญญา ผมว่านี่คือสิ่งที่เป็นปัจจัยอันมีอิทธิพลหลักเลย เด็กเกิดมาเราฉีดแต่วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัยทางกาย แต่วัคซีนป้องกันโรคทางจิตใจหาฉีดได้ที่ไหน? คนส่วนใหญ่ไม่ทราบจริงๆ บางส่วนทราบแต่ก็ละเลย ส่วนน้อยทราบและปฏิบัติอยู่เป็นกิจวัตร กลุ่มของผู้ที่ทราบแต่ละเลยก็จะมีข้ออ้างต่างๆนาๆกันไปผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ก็จะเป็น เศรฐกิจ สังคม ค่านิยม การเมือง ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่นอกตัวเองทั้งสิ้น หากพิจารณาให้แยบคายจริงๆแล้วปัจจัยจากภายนอกมีอิทธิพลกับตัวเราน้อยมาก ยกเว้นแต่ผู้ที่ไม่รู้จักตัวเอง ไม่ยอมรู้จักตนเอง (ผมจะเรียกว่าผู้ที่ยังค้นหาจิตวิญญาณตนเองไม่พบ) แท้จริงแล้ววัคซีนที่เป็นภูมิคุ้มกันโรคทางจิตใจ อยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคนครับเพียงแต่จะตระหนักรับรู้และมีสำนึกแค่ไหนมากน้อยกว่ากันแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อ เป็นแม่คน
พ่อแม่เป็นครูคนแรกสำหรับลูก พฤติกรรมการกระทำของพ่อแม่เป็นสิ่งที่สอนลูกได้ดีกว่าคำพูดเป็นแสนเป็นล้านคำ เป็นเสมือนวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับลูก ทุกวันนี้เด็กๆต้องการต้นแบบที่ดีจากผู้ใหญ่ ถึงแม้เราจะไม่ใช่พ่อใช่แม่ แต่ถ้าเราเป็นบุคคลสาธารณะ อยู่ในสถานะของผู้นำด้านต่างๆ ความประพฤติ พฤติกรรมที่เราแสดงออกมา จะมีอิทธิพลอย่างมากกับเด็กๆเพราะเขาคอยจับตามองเราอยู่ และมันจะเป็นสิ่งที่ตกตะกอนไปเป็นกรอบแนวคิดของเขาต่อไป
"คำพูดอาจช่วยสร้างภาพที่ดีให้กับเราได้เพียงชั่วคราว แต่นิสัยที่เกิดจากการลงกระทำในสิ่งที่พูดจะเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้อย่างยั่งยืนและถาวรตลอดไป"
ขอบคุณสำหรับการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นนะครับ