กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระอาจารย์มหาแลครับ

เมื่อเดือนที่แล้วผมเพิ่งจะไปมาเลเซียและสิงคโปร์มา ระหว่างไปเยือนหลายๆที่ที่ยังมีร่องรอยของยุคจักรวรรดิ์นิยมก็ให้นึกถึงเรื่องที่พระคุณเจ้ากล่าวถึงอยู่นี้ด้วยเหมือนกันครับว่า ในภูมิภาคอาเซียน อินโดจีน รวมทั้งอีกหลายภูมิภาคของโลกนั้น ประเทศที่เรื้อจากสงครามเกิน ๑๐๐ ปีและมีเวลาอยู่อย่างสงบสุข ได้สร้างบ้านแปงเมืองนั้น มีอยู่ไม่กี่ประเทศ พอกลับมาก็เลยนึกสนใจ เลยนั่งค้นคว้าหาหนังสืออ่านเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พัฒนาการของสงครามต่างๆในโลกต่อ รวมทั้งสงครามโลกทั้งสองครั้ง ก็พบว่า แม้แต่ในยุโรปเองก็มีช่วงเวลาที่เรื้อจากสงครามเกินสัก ๑๐๐ ปีน้อยครับ ประเทศไทยที่มักเกิดความรุนแรงภายในประเทศและมีปัญหาตามชายแดนระหองระแหงอยู่เนืองๆนั้น ในความเป็นจริงแล้ว หากมองในแง่นี้ก็ไม่ขี้เหร่เหมือนกันนะครับ คือ จัดว่าเป็นประเทศที่ไม่มีการไปหาเรื่องเขาและถูกหาเรื่องระดับที่เกิดสงครามระหว่างประเทศขนาดใหญ่ที่ตนเองเป็นคู่สงครามโดยตรงนั้นเกินกว่า ๑๐๐ ปีอยู่ประเทศเดียวในภูมิภาคนี้เลย ซึ่งก็แปลกและน่าเอาแง่มุมนี้มาศึกษาให้รู้จักตนเองไปเรื่อยๆดีเหมือนกันนะครับ มันอาจจะมีอะไรดีๆอยู่มากที่ไม่มีอยู่ในสังคมอื่นๆเหมือนกัน

พอเห็นแง่มุมนี้ก็เลยให้นึกถึงอำเภอหนองบัวของเราไปด้วยและนึกดีใจว่าได้มีส่วนร่วมในการเน้นแง่มุมความแตกต่างหลากหลายที่อยู่ในสังคมท้องถิ่น ให้เห็นเป็นจุดเด่นของหนองบัว ถึงตอนนี้ ก็เลยยิ่งตระหนักถึงความสำคัญครับ หากเวทีคนหนองบัวช่วยกันจนมีประสบพื้นฐานที่ดีสักเล็กน้อย ผมอยากชวนทุกท่านมาช่วยกันเรียนรู้ชุมชนหนองบัวเพื่อหาตัวปัญญาจากชุมชนเล็กๆมาอธิบายและให้ความคิดดีๆต่อแง่มุมนี้บ้างก็น่าจะดีมากเลยนะครับ คนในหนองบัวนั้นมีความแตกต่างหลากหลายหลายมิติมากๆครับ แต่ก็กลับสามารถสร้างสุขภาวะชุมชนเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างไม่รู้สึกแปลกแยกและแปลกต่างแต่อย่างใด จึงน่าตั้งคำถามเพื่อค้นหาบทเรียนและได้คำตอบดีๆเหมือนกันนะครับว่า ความแตกต่างทางสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มชาวบ้านหลากหลายกลุ่มนั้น สร้างสังคมเพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างไร

บางที ความรู้เกี่ยวกับวิธีอยู่ร่วมกัน ทำมาหากินและแบ่งปันสิ่งต่างๆในชีวิตให้แก่กันของผู้คนในสังคมที่ยิ่งหลากหลายและซับซ้อนมากมายยิ่งๆขึ้นเหล่านี้ อาจจะเป็นความรู้และตัวปัญญาที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดทั้งของสังคมไทยและสังคมทั่วไปก็ได้นะครับ ซึ่งการที่จะค้นหาสิ่งเหล่านี้ได้ ก็น่าจะเข้าถึงได้จากสังคมที่มีประสบการณ์และภาวะดังกล่าวนี้ก่อเกิดและดำรงอยู่จริงภายในสังคม ซึ่งก็เห็นมีอยู่ประเทศเดียวคือสังคมไทยนี่เอง และอำเภอหนองบัวก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาเล็กๆแต่สะท้อนภาพดังกล่าวนี้ได้ดีที่สุดชุมชนหนึ่งของประเทศครับ.