ขอตอบแบบล่าช้าอีกครั้งนะครับอาจารย์ ตอนนี้อยู่ในช่วงตามเก็บบล็อกของอาจารย์อยู่ ผมเข้าใจว่าที่อาจารย์ยกประเด็นมาคุยในบล็อกนี้ มุ่งที่การประชุมวิชาการเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องในห้องเรียน เรื่องในการประชุมสัมมนาอาจารย์อะไรก็ละไว้ก่อน

เรื่องประเด็นทางวัฒนธรรมองค์กรอย่างที่คุณหมอมาโนชกล่าวไว้ ผมว่าน่าสนใจครับ แต่พอมาฟังที่อาจารย์เปรียบเทียบนักวิชาการไทย กับต่างชาติ แบบเหมารวมไปเลย ผมก็ว่าถูกเหมือนกัน ผมมองอย่างนี้ครับ

ผมขอใช้คำว่า hierarchy เหมือนอย่างคุณหมอมาโนชนะครับ ในที่นี้ผมหมายถึง hierarchy ทางภาษา วัฒนธรรมไทยในปัจจุบันก็ยังมีการถือผุ้ใหญ่ผุ้น้อย การใช้ภาษาก็ต้องมีลำดับขั้น ต่างจากภาษาอังกฤษซึ่งไม่มี hierarchy ของผู้พูดผู้ฟัง ผมว่านี้เป็นหนึ่งในความยากของภาษาเรา ยากในที่นี้หมายถึงจะพูดหรือจะเขียนอย่างไรให้ดูสุภาพ ไม่เป็นการพูดเชิงลบ ไม่เป็นการจับผิด ผมสงสัยว่าเราต้องมีทักษะในภาษาไทยสูง ถึงจะถามได้อย่างเหมาะสม ตรงประเด็นแต่นุ่มนวล

ผมนึกๆ ดูว่าถามแบบไหน ถึงจะสร้างสรรค์ ... ก็พอจะนึกได้แค่ ถ้าเราสงสัยประเด็นไหน ก็ขอให้ผู้พูดช่วยขยายความได้ไหม? ถ้าเราคิดว่าประเด็นไหน พอจะเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เราสนใจ ก็ถามว่าจะสามารถโยงหัวข้อของผู้พูดกับหัวข้อของเราได้อย่างไร?

ก็คงต้องฝึกการถามนั่นแหละครับอาจารย์

เห็นข้อคิดของครูบา ที่ว่าชาวบ้านเขาสนใจใคร่รู้ ฟัง คิดแล้วถาม ผมรู้สึกว่านักวิชาการส่วนหนึ่งก็ยังอยู่กันในหอคอยงาช้าง ที่ำกำลังผุพัง ปลวกขึ้น ไม่รู้จะล้มครืนมาวันไหน... เฮ้อ