อืม.. ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว
ในการใคร่ครวญนั้น เราต้อง "ใส่ใจ" ลงไปพอสมควร จึงจะเกิด passion ซึ่งขอแปลว่า "ฉันทาคติ" อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพียงแต่เราพึงทราบว่ากิจกรรมบางอย่างนั้น สิ่งที่เราทำเป็นเพียงเหตุปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ผลลัพธ์สุดท้าย (ซึ่งเรายังคงสนใจ) เป็นเช่นไร เป็นสิ่งที่เราเองไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะ "ไม่แคร์" เพียงแต่เราจะ "ไม่นำมาเป็นอารมณ์ลบ" ซึ่งเป็นคนละความหมายกัน
ในส่วนที่สอง... ก็ยังไม่เชิงอีกเช่นกัน.. หึ หึ
ในทางปฏิบัติเราไม่อาจจะทำอะไร "ก่อน" อารมณ์ได้ สิ่งที่เราทำได้คือ "เท่าทันอารมณ์" และสุดท้ายสิ่งที่เราทำ ก็ยังเป็นสิ่งที่ "อารมณ์ approve" อยู่ดี แต่เป็นอารมณ์ที่ถูกสติชี้นำ บ้างอาจจะเรียกเป็น positive thinking ก็ได้ คือแม้ว่าอาจจะลำบากกาย ลำบากใจ แต่ก็ทำใจให้เป็นเรื่องบวก เช่น "จะได้เรียนรู้" หรือ "อาจจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้น" ซึ่งเป็นเรื่องเจือปนอารมณ์ไม่น้อย
ฉะนั้น "เวทนา" หรืออารมณ์ปรุงแต่ง มันไม่เชิงเลวร้าย แต่พอเราทราบว่ามันปรุงแต่ง จากประสบการณ์เก่าบ้าง จากจิตตอนนั้นบ้าง (กำลังตก หรือกำลังลอย) พอเรา "เท่าทัน" เราก็จะ manage ได้ เท่าทันในที่นี้ก็ยังไม่เชิง "เข้าใจ" คือไม่จำเป็นต้องถึงกับเข้าใจก็ได้ แต่เราสามารถหยุดสังเกต และหักห้ามสิ่งที่จะทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ทั้งๆที่ไม่เข้าใจ แต่เราก็สามารถทำอะไรไปไม่สุ่มสี่สุ่มห้า
อาจจะเป็นเพราะเขียนสั้นๆไม่เป็น เพราะผมเขียนสั้นทีไร มันมีช่องว่างช่องโหว่เยอะ รู้สึกมันไม่ค่อยสื่อน่ะครับ