เมื่อคืน ตั้งแต่ตอนหัวค่ำกระทั่งเกือบเที่ยงคืนผมทำสิ่งต่างๆสัพเพเหระไปเรื่อยๆจริงๆแหละครับ พอใกล้เที่ยงคืนถึงได้เริ่มกลับเข้าสู่โปรแกรมการทำงาน รวมทั้งเข้ามาดู GotoKnow ด้วย เห็นบันทึกของคุณแสงแห่งความดีตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละครับ ขอบคุณสำหรับการทักทายด้วยอัธยาศัยครับ
ต้องขอยืมสำนวนท้องถิ่น กลอนสดมันได้แรง ของคุณแสงแห่งความดี เอาไว้ใช้สักหน่อยนะครับ มันเป็นภาษาศิลปะดีครับ อันที่จริงกลอนของคุณแสงแห่งความดีนั้น ทั้งหมดนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไม่ควรเข้าไปแตะและปรับแต่งใดๆเลยละครับ เพราะหัวใจสำคัญของมันคือความสด อ่านแล้วรู้สึกว่ามันสด ซึ่งมันลึกซึ้งและให้ความงดงามในการได้สัมผัสลึกลงไปได้มากกว่าภาษาและการปรุงแต่งด้วยวิธีการของกลอน
แต่พอคุณแสงแห่งความดีใช้คำว่ามันได้แรงนี่ ยิ่งสื่อได้ดีหนักเข้าไปอีก คือความสดและการได้แรงนี่ มันเป็นภาวะเต๋ามากเลยละครับ อธิบายไม่ถูกและเข้าไม่ถึงได้โดยตรงเลยทีเดียวนัก มันเป็นภาวะที่ตัวเราเองมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เป็นภาวะที่ข้างนอกและข้างในเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในห้วงเวลาที่จิตใจเป็นหนึ่งกับกระบี่ ภาวะอย่างนี้หากใช้ทำงานศิลปะ เขาก็จะใช้วิธีของแนวเอกซ์เพรสชั่นนิสต์ เป็นช่วงเวลาที่ความเป็นทั้งหมดในตัวเราจะอยู่ในภาวะเหมือนกระจกสะท้อนสภาพแวดล้อม สัมผัสแสงและเงาลงไปบนตนเองอย่างไรก็สะท้อนออกไปอย่างใสๆสดๆอย่างเต็มๆ ไม่มีฝ้าฟางและความขุ่น ความหม่นมัวใจ บ่งบอกหลายอย่างครับ นับแต่เป็นช่วงที่เกิดความอิ่มเต็มในใจและปัจจัยแวดล้อมที่เป็นปัจจุบันขณะในยามนั้นก็ลงตัว สัปปายะกัน หรืออาจจะเป็นช่วงที่ได้กินข้าวและอิ่มอาบอย่างมีคุณภาพกว่าครั้งอื่นๆ ทำนองนี้แหละครับ
ภาวะปัจเจกภาพอย่างนี้ เชื่อว่าทุกคนจะมีครับแต่ไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลาในตัวเรา แต่ทำให้งอกงามและบ่มเพาะให้เกิดกำลังได้ เป็นพละที่ดีครับ หากพูดอย่างเอาภาษาการเจริญสติมาประยุกต์ใช้ในชีวิตและการงาน ก็ต้องบอกว่า ต้องเห็นและสำนึกรู้ประสบการณ์ภายในตรงนี้ให้จิตวิญญาณของเรามันจำได้ พอเห็นแล้วก็ต้องภาวนาและเจริญสติ ภาวนา ก็คือ การพัฒนา ครับ เอาแรงที่เกิดขึ้นตรงนี้ในตนเอง มาบ่มเป็นพลังที่แข็งแรงของตนเอง เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว ผมก็เลยขอเป็นสภาพแวดล้อมสะท้อนสิ่งดีกลับให้คุณแสงแห่งความดี ด้วยการนำมาวาดรูปและผสมผสานมิติอื่นๆเข้าไปอีกบนพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อสื่อให้เห็นถึงว่ามันงองกงามได้น่ะครับ
พยายามเป็นเพื่อนเรียนรู้เพื่อพาเดินกลับเข้าไปเห็นสิ่งที่ผมเคยบอกว่า ศิลปะของความรู้และความงามของความรู้นั้นมันอยู่ในตัวของเรานี่เองน่ะครับ บ๊ะ หนนี้คุยกันเหมือนศาสดาของาลัทธิอะไรสักอย่างเลยแฮะ ถือว่านี่ก็สดและมันได้แรงก็แล้วกันนะครับ