อ่านการอธิบายของหนูนก คุณครูจุฑารัตน์แล้ว ก็ต้องหัวเราะและยิ้มเลยละครับ
นี่แหละครับบ้านนอกตัวจริงถึงจะรู้ว่ากางเกงจะหลุดอยู่ตลอดเวลาของเด็กๆนั้น มีความหมายต่อวิถีชีวิตและสะท้อนความเป็นเด็กชนบทอยู่อย่างไร
มีน้องๆเขาถามเหมือนกันว่าทำไมต้องหิ้วกางเกงด้วย ผมก็ไม่ทันได้สังเกต
มันเป็นการวาดไปตามประสบการณ์และข้อมูลที่เคยเห็น อันที่จริงต้องมีขี้มูกไหลด้วย
แต่พอได้เล่าให้ฟังก็ยากที่จะทำให้คนที่อีกรุ่นหนึ่งและในสภาพแวดล้อมอื่น เห็นภาพไปด้วยได้ คนรุ่นใหม่ไม่เคยต้องนุ่งกางเกงต่อๆกันอย่างเป็นมรดกสืบทอดกันในหมู่พี่ๆน้องๆ อีกทั้งเกิดมาก็ต้องนุ่งเสื้อผ้ามิดชิดและใส่แพมเพิร์ช
แต่เด็กๆเมื่อก่อนนั้น มีกางเกงนุ่งนี่ก็นับว่าเป็นเรื่องทันสมัยมาก และกางเกงที่ได้นุ่งนั้น ยากมากเลยที่จะนุ่งแล้วพอดี ถึงแม้จะเป็นมือหนึ่งก็ตาม ต้องนุ่งขนาดเผื่อโต เพราะฉนั้นก็จะตัวโค่งๆ มิหนำซ้ำก็จะเป็นกางเกงราคาถูก นุ่งปีเดียวก็จะยางยืด แต่ตราบใดที่ยังขาดยุ่ยไปหมด ก็จะถือสืบทอดนุ่งต่อๆกัน เวลาวิ่งเล่น ก็มักต้องหิ้วกุงเกงหรือผ้าถุงไม่ให้หลุดอยู่ตลอดเวลา
ภาพมือข้างหนึ่งยึดขอบกางเกงไว้ กับอีกแขนข้างหนึ่งป้ายขี้มูกนั้น ผมว่าเป็นความน่ารักและเป็นความใสบริสุทธิ์ของเด็กๆชนบทในอดีต เดี่ยวนี้คงไม่ค่อยได้เห็นแล้วนะครับ