สวัสดีครับเอก
วันนี้เป็นงานแต่งงานน้องสาวนี่เนาะ ขอร่วมแสดงความยินดี รวมทั้งขอชื่นชมพี่ชายของเจ้าสาวด้วยนะครับ เป็นพี่ที่ทำหน้าที่ให้น้องและญาติๆดีมากจริงๆ

ครูเพื่อศิษย์ นั้น หากนำมาเป็นประเด็นการพัฒนาเครือข่าย ก็คงต้องนำมาพิจารณาดูว่าเวทีเครือข่ายศึกษาศาสตร์มหิดล เป็นกลไกและเป็นเวทีสำหรับการขับเคลื่อนประเด็นเชิงยุทธศาสตร์อะไรที่จะเหมาะสมที่สุด และในประเด็นดังกล่าวนั้น ครูเพื่อศิษย์ เป็นปัจจัยและองค์ประกอบสำคัญในแง่ใด
ผมมองว่า เครือข่ายศิษย์เก่าศึกษาศาสตร์มหิดล และเวทีวิชาการที่เชื่อมโยงได้กับมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น สำหรับครูเพื่อศิษย์แล้ว น่าจะเป็นโอกาสพัฒนาเครือข่ายกันในเรื่องเหล่านี้หรือเปล่านะครับ
- เครือข่ายยกระดับการจัดการด้านการศึกษาเรียนรู้ที่พ้นความเป็นองค์กร เป็นเวทีสร้างจังหวะให้เครือข่ายครูเพื่อศิษย์ มีวาระทางสังคมและมีประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันในระดับชาติและในระดับนานาชาติขึ้นไป ส่วนในระดับท้องถิ่นและประเด็นสำคัญที่อยู่ในระบบนั้น ครูเพื่อศิษย์คงทำและมีบทบาทอยู่แล้วโดยไม่ต้องอาศัยยุทธศษสตร์ระดับเครือข่าย
- สื่อและจัดการความรู้สร้างพลังทางสังคม เป็นเครือข่ายช่วยขยายเสียงสิ่งดี และผุดประเด็นของท้องถิ่น ประเด็นระดับปัจเจก ซึ่งถ้าหากไม่มีเครือข่ายการจัดการช่วย ครูเพื่อศิษย์ก็จะไม่มีกำลังแก้ปัญหายากๆและซับซ้อนได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
- ค้นพบและเข้าถึงปัญหาและความจำเป็นที่มีประสิทธิภาพ เครือข่ายครูเพื่อศิษย์ ควรเป็นเครือข่ายของครูที่มุ่งปัญหาของคนส่วนใหญ่ ปัญหาของเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่ด้อยโอกาส เพื่อให้การศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้ และการสร้างอนาคตให้เด็ก เป็นการเสริมกำลังการพึ่งตนเองของคนที่อ่อนแอและไร้โอกาส โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ในชนบท และทำให้ประเทศชาติได้คนที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคตในทางเลือกที่แตกต่างหลากหลายมากยิ่งๆขึ้น เครือข่ายศึกษาศาสตร์มหิดลควรเป็นเวทีเสริมกำลังและเป็นช่องทางสร้างเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ทั่วประเทศ ในการพัฒนายุทธศาสตร์และวิธีเข้าถึงกรณีความจำเป็น เพื่อให้การศึกษาเรียนรู้ของสังคมมีบทบาทต่อการเข้าถึงและแก้ปัญหาที่ถูกต้องแก่ความต้องการและความจำเป็น
- เครือข่ายวิจัยและปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของประเทศ Eduaction Reform Networking Empowerment Through Participatory Action Research : ERNE : PAR หากให้ผมมอง ผมไม่อยากมองว่าครูเพื่อศิษย์เป็นปัจเจกและก่อเกิดจากผลพวงความเป็นปัจเจก อีกทั้งครูเพื่อศิษย์เองนั้น หากคิดว่าที่ตนเองดีและแก้ปัญหาได้นั้น เพราะตนเองเก่งและดี ชุมชนรอบข้าง องค์กร(สถานศึกษา) ไม่ดี เป็นตัวปัญหาและต้องเปลี่ยนแปลงอย่าเงดียวนั้น น่าจะเป็นวิธีคิดและวิธีมองที่ไม่ถูกต้อง แต่ผมเชื่อว่าครูเพื่อศิษย์เป็นผลผลิตจากกลุ่มและเครือข่ายทางสังคม ขณะเดียวกัน ในแง่ของการขยายผลและสร้างพลังทางสังคม หากขยายผลโดยมองครูเพื่อศิษย์เป็นปัจเจกนั้น ก็เชื่อว่าจะล้มเหลวมากกว่าก่อให้เกิดผลดี เนื่องจาก ประการแรก ดังความเชื่อของผมที่ว่าครูเพื่อศิษย์ไม่ใช่ปัจเจกแต่เป็นองค์รวมของชุมชนและชุดของเหตุปัจจัยจำเพาะในที่หนึ่งๆ ที่ผุดขึ้นไปปรากฏที่ตัวบุคคลคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น หากกระบวนการต่างๆที่เข้าไปปฏิบัติการและเสริมกำลังครูเพื่อศิษย์โดยมุ่งปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่เป็นภาวะซึ่งผุดบังเกิดจากความเป็นส่วนรวมด้วยวิธีทางอขงปัจเจก ก็จะกลายเป็นการปลิดขั้วครูเพื่อศิษย์ออกจากกลุ่มก้อนและชุมชนของตัว สังคมภายนอกจะบริโภคความเป็นครูเพื่อศิษย์ นำไปใช้ประโยชน์แบบตัดตอนแทนการทุ่มเทพัฒนาเชิงระบบที่ดี ขณะเดียวกัน ฐานชีวิตและแหล่งที่มีครูเพื่อศิษย์เป็นส่วนหนึ่ง ก็กลับจะยิ่งอ่อนกำลัง ประการที่สอง เป็นการแก้ปัญหาและมุ่งบรรลุผลระยะสั้น ซึ่งผิดธรรมชาติของงานทางการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ อีกทั้งไม่จะไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงระบบและไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างเพื่อการจัดการตนเองอย่างเหมาะสมกับความจำเป็นได้มากยิ่งๆขึ้นของภาคการศึกษา เมื่อเป็นดังนี้ ผมเลยเห็นว่า ครูเพื่อศิษย์โดยตัวเองนั้น มีฐานะเป็นเครือข่ายแกนนำและเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สำหรับสภาวการณ์ในปัจจุบันของสังคมการศึกษาของประเทศ หากเคลื่อนไหวสังคมอันซับซ้อน ด้วยการเชื่อมประสานและถักทอเครือข่ายสังคมขึ้นบนฐานประสบการณ์ของครูเพื่อศิษย์ เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างกลุ่มและเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เพียงพอต่อการก่อให้เกิดความมีนัยสำคัญหรือ Critical Mass ก็เชื่อว่าจะเป็นผลดีทั้งต่อสิ่งที่ครูเพื่อศิษย์ทำอยู่แต่เดิมในอันที่จะเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งๆขึ้น และเป็นผลดีต่อการเสริมกำลังปฏิบัติการผ่านการจัดการความรู้ ให้ประสบการณ์และพลังวิจารณญาณที่ครูเพื่อศิษย์รู้จริงในปัญหาจากการปฏิบัติได้ชี้นำการเปลี่ยนแปลงและชี้นำการระดมพลังของสังคม แต่การที่จะมุ่งไปสู่การทำงานเคลื่อนไหวกำลังการเปลี่ยนแปลงตนเองของสังคมในลักษณะดังกล่าวนี้ในสักวันหนึ่งได้นั้น เวทีเครือข่ายศิษย์เก่าศึกษาศาสตร์น่าจะเป็นเครือข่ายและกลไกเชื่อมโยงกำลังทางวิชาการ ทั้งกับมหาวิทยาลัยมหิดลและกับเครือข่ายศิษย์ศึกษาศาสตร์มหิดลทั่วประเทศในแทบจะทุก Sector เข้าไปเป็นกำลังประสานการทำงานกับเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ ซึ่งตัวที่จะถักทอและสานประสบการณ์กันได้ดีที่สุดก็น่าจะผ่านกระบวนการเรียนรู้ แก้ปัญหา และได้ปฏิสัมพันธ์สร้างกลไกจัดการที่ซับซ้อนหลากหลาย การจุดประกายเพื่อสานเครือข่ายวิจัยปฏิบัติการของเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ทั่วประเทศ โดยเอาการแก้ปัญหาที่มุ่งเพื่อศิษย์เป็นตัวตั้งในวิถีทางใหม่ๆ น่าจะเป็นโอกาสที่เหมาะสมนะครับ
- การเริ่มต้นก็เริ่มต้นให้หลากหลาย อ่อนแก่ไม่เท่ากัน พื้นฐานที่สุดก็เริ่มหนุ่งถอดบทเรียนและจัดการความรู้ให้แปรประสบการณ์ในการแก้ปัญหา ให้นำมาบันทึกเป็นข้อมูลในบล๊อกให้ได้ และในระดับที่ทำเป็นการวิจัยได้แล้วก็มองไปข้างหน้าว่าจะมีเวทีนโยบาย เวทีวาระการปฏิรูปการศึกษาของเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ เวทีประชุมวิชาการระดับประเทศและนานาชาติ
- ขึ้นฐานตรงนี้ได้ก่อน ปีอื่นๆหรือขั้นอื่นๆก็จะมีบทเรียนมาเป็นฐานให้คิดกันต่อไปได้เหมาะสมกว่าการเอาข้อมูลที่ไกลจากความเป็นจริงของภาคปฏิบัติมาคิดกันอย่างเดียว
- ผมลองต่อความคิด เพื่อได้ใช้เป็นข้อมูลทำงานความคิดไปหลายๆแง่เฉยๆนะครับ