สวัสดีคะ อาจารย์ต้อม เห็นภาพแล้วคิดถึงแม่จังเลยคะ แม่สุจากไปแล้วเมื่อปี 51 คะ ช่วงนั้นสุเป็นนักศึกษาผู้ใหญ่ เรียนเสริมระดับปริญญาตรี สาขาสหการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ  3-4 ปี พร้อมทำงานไปด้วย สุมีเวลาน้อยมาก แทบจะไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดแม่เลย แม่ไม่ชอบมาอยู่ด้วย ท่านก็มีบ้านเหมือนกัน ห่างกัน แต่ขี่รถไปหากันก็แป๊บเดียว  แต่สุแทบจะไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด อาหารก็ไม่ได้ไปส่ง มีแต่ให้เงิน ไว้ซื้ออาหารทำกินเอง เพราะชอบแบบนั้น บางทีไปเยี่ยมก็ซื้อข้าวกล่องไปให้ แต่สุยอมรับเลย  ไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด คิดเสมอว่า เมื่อเรียนจบแล้วมีเวลามากขึ้น จะเอาแม่มาพักอยู่ด้วย เคยเอามาอยู่ด้วย ท่านบอกว่าคิดถึงบ้าน อยากกลับไป อยู่ที่บ้านตนเอง และก็ถือของหิ้วของกลับไปจริงๆๆ คือเห็นแล้วสะเทือนใจ ที่แม่ไม่ยอมอยู่ด้วย ใกล้จะจบ ใกล้จะรับปริญญาแล้ว ใกล้จะได้มีเวลาเหลือมากขึ้น แม่ก็หัวใจล้มเหลวไปก่อน คือใจจริง เมื่อรับปริญญา ถ้าหากว่าแม่ยังไม่จากไป แม่จะได้รู้ว่า ที่ลูกยังไม่ได้เอาใจใส่ดีนัก เพราะลูกทั้งทำงาน ทั้งเรียนหนังสือ จะได้เข้าใจกัน แม่ก็มาด่วนจากไป แบบไม่เข้าใจกัน   

-         มันช่างเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาเหมือนสวรรค์แกล้ง ให้สุต้องมีงานทำเสียจนไม่ว่าง เพราะเรียนหนัก เรียนเฉพาะเสาร์อาทิตย์ แต่วันที่ไม่ได้ไปเรียน ก็ต้องทำรายงานส่งครู เสาร์อาทิตย์เรียน 6 วิชา การบ้านก็ 6 วิชา พร้อมทำงานไปด้วย จนไม่ได้สังเกตว่าแม่มีอาการป่วยภายใน ร่างกาย ท่านก็ไม่ยอมบอกลูกด้วย กลัวลูกลำบากใจ ตอนท่านไป ก็ไม่ได้สั่งลา เพราะท่านหายใจไม่ออก หมอบอก หัวใจไม่ทำงานแล้ว ตอนนี้ปอดทำหน้าที่แทน อาการไม่รู้สึกตัวแต่ถ้าสุรู้ว่าไม่รู้สึกตัว แต่หูถ้าได้ยินอยู่ก็จะสั่งลา หรือไม่ก็ให้กำลังใจกัน

-         เห็นภาพคุณย่าคุณยายของน้องเมฆแล้วช่างอบอุ่นเหลือเกิน  อิจฉาคะ  ที่มีทั้งคุณย่าคุณยายมาอยู่พร้อมกัน แล้วยังให้คุณย่าคุณยาย ทำตามสิ่งที่แต่ละคนชอบ ชอบต้นไม้ ชอบอาหาร อาจารย์ต้อมโชคดีจริงๆๆ ที่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด และพ่อแม่ ก็เข้าใจ ลูก

-         สุก็อยากจะบอกว่า อย่าทำอะไรมากเกินไป  จนเห็นความสำคัญอย่างอื่น มากกว่า พ่อแม่ของตน จนไม่มีโอกาสได้เข้าใจกัน และจากไปแบบไม่ได้สั่งลาคะ

-         ชอบคะ ที่อาจารย์ต้อมเขียน ว่า"เสียสละเวลาบางส่วนของชีวิต เพื่อเติมพลังให้กับอีกชีวิต"  สุเข้าใจ และซาบซึ้งประโยคนี้ที่สุด  เพราะสุได้พลาดไปแล้วคะ

-         ยาวมากคะ แต่รู้ซึ้งบทความนี้คะ ขอให้เป็นอุทาหรณ์