ผมรู้สึกคัดจมูกเลยและความคิดทึบๆชอบกล วิธีหนึ่งที่แก้ได้ผลคือเปล่าขลุ่ยหรือเล่นกีตาร์แหกปากร้องเพลงเพื่อออกกำลังปอดและบริหารทางเดินของลงหายใจส่วนบน แลเวก็ได้อยู่กับตัวเองเพลินๆไปด้วย จนถึงเพลงนิทานหิ่งห้อยของศุ บุญเลี้ยง ผมเพิ่งเคยเอาเพลงนี้มาร้องเต็มๆด้วยตนเอง เคยแต่เล่นกีร์ต้าให้คนอื่นร้อง ไม่เคยฟังเนื้อร้องถนัดๆและเห็นรายละเอียดเลย พอร้อพักผ่อนเล่นแล้ว เนื้อเรื่องในนิทานเพลงหิ่งห้อย ก็ทำให้นึกถึงภาพเขียนแนวเล่นกับแสง-เงาและไรแดด รวมทั้งภาพเขียนแนวย้อนแสงแบบ Sillhouette ......วิธีคิดในเนื้อเพลงถ่ายทอดไว้ว่า......

              ...........เรื่องราวกล่าวขานมานาน
              ว่าใครได้จับหิ่งห้อยมาเก็บเอาไว้ใต้หมอน
              นอนคืนนั้นจะฝันดี จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย
              ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม......

              ..........................................................
              ..........................................................

              .................หลังจากแอบไปจับหิ่งห้อยเอาเก็บไว้ใต้หมอนแล้วคืนหนึ่ง
              รุ่งเช้า  ก็ไม่ยักฝันเห็นอะไร เด็กน้อยเลยรีบไปค้นดูที่ใต้หมอน.....
               พลันก็พบกับหนอนตัวหนึ่งนอนแทนหิ่งห้อย อยู่ในกล่อง
               ไม่สวยเหมือนตอนเป็นหิ่งห้อยเกาะบนต้นลำพูและส่องแสง...........

               คุณยายของเด็กน้อย เห็นเด็กมีประสบการณ์และรับรู้ต่างๆได้ดีแล้ว
               ก็เลยอบรมสอนคิดสอนหลักชีวิตให้ว่า.......
               การมองเห็นความงาม
               ต้องเห็นความเป็นทั้งหมดตามความเป็นจริง
               อย่าขังความจริงเพียงให้ไม่เห็น
               ก็เป็นการไม่ขังความงาม

ได้อารมณ์และหลักคิดเช่นเดียววิธีคิดในศิลปะของแสง-เงามากเลยทีเดียวครับ การเห็นโอกาสในวิกฤติ การเห็นโอกาสสร้างความสุขในการแก้ไขความทุกข์ การเห็นน้ำหนักบนแสงสว่าง และการเห็นสีสันกับความสว่างรื่นรมย์ในเงา ก็เป็นมรรควิถีศิลปะแนวหนึ่งที่น่าสนใจ ลึกซึ้ง.