การประสานกีฬาซึ่งมีมิติวิธีคิดแบบแยกส่วนและปัจเจกนิยม กับขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนซึ่งเป็นมิติการมีส่วนร่วมเป็นไปได้ยาก

แต่เป็นไปได้และมีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้วครับในต่างประเทศ เพียงแต่ผู้จัดกับผู้มารณรงค์มักเป็นคนละพวกกัน คือผู้รณรงค์มาอาศัยจังหวะของการจัดกัฬา หรือมหกรรม มหรสพต่างๆ ในการแสดงตัวตน และพลังทางสังคมของพวกเขาต่อสาธารณะ  บางทีเจ้าของงานเขาก็ให้ร่วม แต่ส่วนใหญ่จะถูกกีดกัน ขับไล่ หนักหน่อยก็เอาตำรวจมาจับ มาตีหัว หาว่าทำให้สังคมเดือดร้อน เฮ้อ!!

พูดง่ายๆคือกลุ่มคนที่เดือดร้อนเขามารวมตัวกันมาหาพื้นที่สื่อสารกับสังคมในวงกว้าง ซึ่งนับวันจะถูกกีดกันไปจากสื่อมวลชนบ้านเราที่มักทำให้เรื่องหนักๆกลายเป็นเรื่องเบาๆ

ดู ข่าวข้น ข่าวเข้ม ข่าวสรุปอะไรต่อมิอะไร ผมเห็นแล้วก็หน่ายๆ มันไม่เข้มเลย แต่กลับทำให้ประเด็นที่ควรจะเข้ม ควรจะมีพลัง กลับกร่อยลงไปอย่างสนิทใจ(อดแขวะไม่ได้ครับ)

สถานการณ์ความค้นแค้นในประเทศของเราไม่เคยเหือดหาย คนยากจนต้องการพื้นที่อย่างนี้ให้แสดงตัวตนและเคลื่อนไหวนะครับ

แต่ต้องทำออกมาให้ "โดนใจ" กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งน่าจะเป็นชนชั้นกลางให้ร่วมเคลื่อนขบวนไปด้วยกันจึงจะสัมฤทธิ์

การหลอมหลวมเอาทั้งเรื่องกีฬา และปัญหาสังคมมาทำงานด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องเปลือกๆนะครับ ผมคิดว่า ต้องคิดให้คม ชัด ลึก กว้าง ยาว และตามติดต่อเนื่องได้

ถ้าคุณกล้าที่จะคิด ก็จะมีคนกล้าที่จะทำ ผมว่างานนี้ท้าทาย และเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ให้อะไรมากกว่าที่เราคิดครับ