• งานส่วนใหญ่ของเรอนัวร์ก็จะออกแนวอย่างนี้ละครับ มีบางภาพที่เล่นเรื่องแสง-เงาและไรแดด แต่โดยมากแล้วเรอนัวร์จะเขียนอากาศสวยครับ
  • พี่นงนาทใช้ศัพท์สะท้อนมุมมองแบบโพสต์โมเดิร์นดีนะครับ..ซากวัฒนธรรม...เพิ่งเคยได้ยินนะครับเนี่ย 
  • หากเทียบความเป็นแสง-เงา กับวิภาษวิธีแล้วละก็ วิธีคิดสำหรับการทำงานโดยทั่วไปตามความคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั้น ก็คงจะเทียบได้กับ 'ข้อสรุปเดิม' 'ความเป็นจริงชุดเดิม' 'กระแสหลัก'หรือ Thesis  ส่วนการเล่นกับแสง-เงาและไรแดด ซึ่งเป็นวิธีมองที่ต่างจากทั่วไป ก็เหมือนกับการเข้าสู่สิ่งเดียวกัน ทว่า ด้วยวิธีที่ต่างออกไปหรือให้ความเป็นจริงได้ดีกว่า กระทั่งอาจโต้แย้งหรือหักล้างแนวคิดชุดเดิมอีกก็ได้ หากเป็นงานศิลปะก็คือให้มุมมองและได้ความน่าอัศจรรย์ใจราวกับไม่เคยเห็น ดังนั้น การทำงานที่เห็นมิติของเงาและไรแดดด้วย ก็คงนับว่าเป็น Anti-Thesis  หรือ ข้อโต้แย้ง ซึ่งก็จะทำให้ได้อีกมิติหนึ่งที่ก้าวไปข้างหน้า 

                                           

  • อย่างในรูปนี้น่ะครับ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดีครับ  มองอย่างไรก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเห็นเป็นรูปคนกำลังก้าวเดิน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนที่เราบอกว่าเป็นรูปคนเดินนั้น ในทรรศนะทั่วไปหรือในกระแสความคิดหลักของสังคม ตลอดจนในระบบความรู้ที่เข้าใจกันได้โดยทั่วไปของยุคสมัยนั้น ส่วนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่ารูป ทว่า เป็นส่วนที่เรียกว่าเงา แต่ส่วนที่เป็นองค์ประกอบของภาพจริงๆนั้นก็คือ ชิ้นไม้ที่ติดกับผนังกระจายเป็นรูปทรงต่างๆ ทว่า เรากลับมองไม่เห็น
  • จะเห็นว่า การที่เงากลับสร้างความเป็นจริงต่อการรับรู้ได้มากกว่านั้น เป็นอีกวิถีหนึ่งที่ก่อเกิดขึ้นได้จริงและพิสูจน์ให้เห็นได้อีกด้วย ดังนั้น จึงมีความเป็น Anti-Thesis ของวิถีทรรศนะและระบบความรับรู้เดิมที่มีอยู่ทั่วไปที่ว่า สิ่งที่เราสามารถเห็นเรียกว่ารูป ซึ่งเมื่อได้ข้อโต้แย้งและข้อสรุปยืนในวิธีคิดชุดใหม่ เราก็จะได้ความรู้ที่คืบหน้าขึ้นมาอีกชุดว่า ไม่จริงไปเสียทั้งหมด เพราะเงาก็สร้างรูปและสามารถพัฒนาการเห็นได้ อย่างนี้เป็นต้น