*ขอบคุณค่ะสำหรับการขยายความเพิ่มเติมของ วิภาษวิธีในศิลปะ ซึ่งลูกศิษย์เข้าใจจากที่ได้อ่านครั้งแรกตามบันทึกนี้ ที่อาจารย์เล่าถึงกลุ่ม Impressionist เช่น Renoir ว่า :

"..กลุ่มอิมเพรสชั่นนิสต์ มุ่งบันทึกและถ่ายทอดความประทับใจจากสิ่งที่อยู่บนวิถีชีวิตของผู้คน รวมทั้งในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความงามและสุนทรียภาพแห่งชีวิตอยู่ที่การมองและความประทับใจ หรือสิ่งที่เป็นความรื่นรมย์และอยู่ในจิตใจของเรานั่นเอง ไรแดด สีสัน และแสง-เงาที่แสดงบรรยากาศ จึงเป็นองค์ประกอบหลักของการบอกเล่าผ่านภาพเขียน ซึ่งทำให้เห็นมิติความงามและความประทับใจในทุกที่ ไม่ใช่เพียงในทิวทัศน์ที่งดงามอยู่แล้ว หรือดอกไม้ซึ่งมีความสวยงามจูงใจอยู่ในตัวเอง หน้าตาสะสวยของหญิงสาว ตลอดจนความอลังการทางวัตถุและสิ่งตบแต่งซึ่งบอกเล่าตนเองโดยศิลปะไม่ได้มีบทบาทนำเสนอความงามและสุนทรียภาพอันเกิดจากความสร้างสรรค์ของมนุษย์ ไรแดดและแสง-เงาจึงเป็นภาษาของ การวิพากษ์ทางสังคม อีกทั้งนำเสนอวิถีแห่งความเรียบง่าย จัดว่าเป็น dialogue ทางวัฒนธรรมวิธีหนึ่ง ที่น่าสนใจมาก.."

... วิภาษวิธีในศิลปะ ที่อาจารย์อธิบายเช่นนี้ ที่ตรงใจลูกศิษย์ตลอดมา และมีความเห็นว่า คนเราทุกคนต่างมีความประทับใจความงามแสง-เงา ในธรรมชาติของสรรพสิ่งที่ไม่เหมือนกันเสมอไป (อาจเป็นความโชคดีที่หากจะมีความประทับใจตรงกัน )..

.. ลูกศิษย์จึงมักเลี่ยงที่จะนำความประทับใจ ความงามแสง-เงาที่ไม่เหมือนกันมาเปรียบเทียบว่าของใตรดีกว่ากัน เราควรแลกเปลี่ยนเติมเต็มกัน ย่อมได้ประโยชน์มากกว่า..

* เรื่องตบแต่งบ้าน และสวน ที่บ้านลูกศิษย์นั้น คงเป็นอย่างที่มีคำกล่าวว่า บ้านเรือนสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย และเป็นไปตามวัย..

.. สมัยก่อนนั้น ได้สะสมโน่นนี่มากพอสมควร..ครั้นแก่ตัวลง..แจกจ่ายไปมากแล้ว..ชอบบ้านโล่งๆ และเจาะจงไปที่ความสอดคล้องกับการใช้สอยแบบสบายๆและง่ายๆค่ะ..

.. ที่ยังต้องรักษาไว้ คือพวกของแอนทีค หรือของมีประวัติบางชิ้น ที่สะท้อนตัวตนของบรรพชนของเรา..เพื่อให้หลานๆได้สืบทอด รากประวัติศาสตร์..ลูกศิษย์กำลังทำตนเป็นพวก ซากวัฒนธรรม (remnant) ..โชคดีที่หลานๆส่อแววเป็น curator..

*ภาพพิมพ์ข้างล่าง มาจากที่บ้านค่ะ...เดินทางมาไกล..มีประวัติเฉพาะตัวคนซื้อ

 

              

                 ภาพชื่อ Madame Henriot เขียนโดย Renoir