มีข้อเพิ่มเติมให้นิดหน่อยนะครับ
- พี่นงนาถได้กล่าวถึง วิภาษวิธีในศิลปะ หรือวิธีการแบบ dialectic ซึ่งผมทำเป็นคำสำคัญในท้ายบันทึก ก็เลยขอเสริมความสนใจเพิ่มอีกสักเล็กน้อยครับ
- อันที่จริงก่อนที่จะโพสต์ขึ้นนั้น ผมได้เขียนเพื่อหาแง่มุมความเชื่อมโยงวิธีศึกษาทางศิลปะแสง-เงาเข้ากับวิภาษวิธีอยู่ย่อหน้าหนึ่ง แต่ดูแล้วคงจะเขียนให้อยู่ในหัวข้อเดียวกันด้วยย่อหน้าสั้นๆได้ยาก เลยไม่ได้กล่าวถึง แต่ก็ใช้วิธีแสดงคำหลักสำหรับเป็นแนวให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาค้นคว้าต่อไปเอง
- ผมเคยอ่านงานของต็อลสตอย และจิตร ภูมิศักดิ์ อย่างมึนๆเมื่อกว่า ๒๐ ปีก่อน ก็พอได้วิธีคิดสำหรับใช้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวต่างๆได้หลายเรื่อง ทว่า เรื่องทางศิลปะโดยวิธีคิดแบบวิภาษวิธีนั้น ผมแทบจะเข้าไม่ถึงเลย แต่ก็อยากรู้อยากเข้าใจ เพราะจะเป็นวิธีศึกษาแนวหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงงานทางศิลปะ รวมทั้งความสร้างสรรค์ทางการศึกษาและวัฒนธรรมให้ไปช่วยอธิบายพลังทางการผลิตของชุมชนและสังคมได้อย่างเป็นระบบ เลยก็ค้างอยู่ในหัวและผุดขึ้นมาสู่การคิดทบทวนอยู่เสมอ มาเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี้ ผมก็ได้มีโอกาสนำเอาหนังสือเก่าๆมาศึกษาทบทวนอีก ก็พบว่าได้เห็นสิ่งใหม่ๆอีกหลายอย่างที่ตนเองอยากเข้าใจ เลยก็ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันของหลายอย่าง
- แต่ในงานที่กล่าวถึงเหล่านี้ก็ไม่มีที่จะกล่าวถึงเทคนิคทางศิลปะอย่างเจาะจง ทว่า โดยวิธีคิดและวิธีapproachศิลปะที่เชื่อมโยงกับมิติต่างๆ โดยเฉพาะงานทางความรู้ หากได้ลองศึกษาดูแล้วก็จะเห็นถึงความเป็นระบบวิธีคิดชุดเดียวกันได้ เพียงแต่วิธีการสื่อสะท้อนเป็นคนละอย่างเท่านั้น ดังนั้น จึงคิดว่าสำหรับคนที่เขาศึกษาค้นคว้าไปมากพอสมควรแล้ว ก็คงจะเห็นแง่มุมไปศึกษาต่อไปด้วยตนเองได้ซึ่งจะช่วยขยายพรมแดนของสิ่งต่างๆไปได้อีกอย่างกว้างขวาง เลยก็ใส่ไว้พอเป็นที่หมายสำหรับท่านที่สนใจ
- ประทับใจดีครับ ...ผมคุยกับน้องๆว่าผมไม่แปลกใจ เพราะพี่นงนาทท่านตบแต่งบ้านด้วยต้นไม้ สนามหญ้า และคลังหนังสือ