สรุปการบรรยาย
Happiness เป็น Intangible เป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้
Happiness ทางด้านสุขภาพ
Happiness ทางด้านการทำงาน
ข้อเท็จจริง “จากการสำรวจของชาวอังกฤษพบว่าในปี 1957 คนมีความสุข 52% แต่ในปี 2005 คนมีความสุขเหลือแค่ 36%”
ความสมดุลในชีวิต เป็นอะไรที่ต้องค้นหาตนเอง
“จากการวิจัยของ Prof. Layard บอกว่า Index ของความสุขใน 24 ชั่วโมง
ต่ำที่สุดคือช่วงที่ทำงาน 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น” ความสุขลดลงในการทำงาน Innovation Creativity ก็ไม่เกิด
ข้อสังเกต
1) การพูดเรื่องทุนแห่งความสุขต้องเน้น การนำไปปฏิบัติไม่ใช่นามธรรม
2) ทุนแห่งความสุขต้อง Authentic คือเป็นของแท้ไม่ใช่จอมปลอม และอยู่อย่างยั่งยืน เกิดจากทฤษฎี Authenticity
3) Happiness Capital ไม่ใช่แนวคิดแบบก้อน ๆ จะต้องเน้นเปรียบเทียบจาก Happy มาเป็น Happier หรือ เปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ Relative Happiness Capital
4) ผมจะเน้นแค่ทุนทางความสุข เพื่อทำงานที่มีประสิทธิภาพของตัวเราเอง และองค์กรก่อนไม่ได้เน้นเรื่อง ครอบครัว หรือประเทศ แต่ก็จะเกี่ยวโยงกัน การวัดความสุขวัดได้โดยคะแนนที่ให้เรามา การทำงานต้องไม่ขัดแย้งกับครอบครัว
5) วิธีการเรียน ไม่ใช่ตำราเชิงจิตวิทยา แต่ต้องเน้นความจริง 2 R’s คือ
Reality มองความจริง
Relevance ตรงประเด็น
6) การมีทุนแห่งความสุข เป็นจุดเริ่มต้น คือ จำเป็น แต่เป็นสิ่งที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับทุนอื่น ๆ เช่น มี Heart (Happiness) ต้องมี Head ปัญญา และต้องมี Execution ต้องทำให้สำเร็จ
คล้ายกับทฤษฎี Fact หรือ Feeling แต่การมี Happiness อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Strategy ต้องมี Data ด้วย จึงไปสู่ความสำเร็จ
7) หลักสูตรของเรา จึงถือว่า นำ หรือหลักสูตรเชิงปฏิวัติ เพราะ มหาวิทยาลัย Harvard เองเริ่มหลักสูตรนี้ เมื่อ 1998 ปัจจุบัน เด็ก Harvard ทั้งมหาวิทยาลัย กว่า 20 % ลงทะเบียนเรียน
8) ทฤษฎี 8K’s ของผม Happiness Capital ได้มาจากการมองการทำงานของตัวเอง เมื่อก่อนทำมาก แต่ขาดความสุขในการทำงาน จนกระทั่งช่วง 10 ปีที่แล้วผมจึงได้ วิเคราะห์เรื่องทุนมนุษย์และทุนแห่ง ความสุขเป็นทุนที่สำคัญของทุกคน
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
การที่เรามีความสุขเป็นเรื่องหนึ่งที่เราเสริมสร้างทุนมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพทุนมนุษย์
การทำงานที่เน้นทุนแห่งความสุขไว้ 3 - 4 เรื่อง
• ทุนความสุข เกิดจากงานที่ทำใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่
• งานที่ทำ อย่าให้ทำเป็นท่อน ๆ ให้เข้าใจ Process ตลอด
• งานที่ทำต้องมี Impact ต่อคนอื่น
• และสุดท้าย..การทำงานอย่างมีความสุขต้องถามตัวเองว่า เวลาทำงานต้องการเน้นเรื่องอะไร?
- การทำงานอย่างมีความสุข คือ ต้อง Calling แปลว่า เราทำเพราะหัวใจเราแสวงหา เราจะทำสุดฝีมือ ทิ้งมรดกที่ดีไว้ แต่แค่เป็น Job หรืออาชีพเราก็จะไม่ประสบความสำเร็จ
- ทุนแห่งความสุข คือ สิ่งที่มนุษย์แต่ละคนควรจะมี ถ้ายังไม่มีก็จะไม่มีทุน ซึ่งต้องสร้างขึ้นมา แต่การสัมมนาวันนี้ คงจะต้องมองไปอีก 2 เรื่อง คือ มีไปทำไม นอกจากพูดกว้างว่า Happiness Capital สร้าง Performance แค่นี้คงง่ายเกินไป
Kjerulf เน้น 10 เรื่องว่า Happiness Capital ช่วยอะไรได้บ้าง? จากหนังสือ Happy Hour is 9 to 5
1. ช่วยทำให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายและได้ผลสูงสุด
2. ทำให้ตัวเองมี Creativity สูงขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วย ผมชอบแนวคิดนี้ ถ้าเราไม่มีความสุขเราก็คิดอะไรไม่ออก แถมยังคิดแง่ลบด้วย
3. ทำให้เราหาทางออกแทนที่จะบ่นว่าปัญหายากจัง
4. มองโลกในแง่ดี (Optimism)
5. มีพลัง (Energy) เพิ่มขึ้น
6. ทำให้กระตุ้น/Motivate and Inspired ได้ง่ายกว่า
7. ไม่ค่อยจะป่วย..เป็นโน่นเป็นนี่บ่อย ๆ
8. สามารถเรียนรู้ได้เร็วและสนุก สร้าง Learning Culture ได้ดีกว่าคนที่ไม่มีความสุข
9. มีความมั่นใจว่าจะกล้าทำอะไรนอกกรอบได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีความผิดพลาด อันนี้จริงเพราะถ้าเรามีความกลัว (Fear) เราก็ไม่สำเร็จ ต้องมั่นใจว่ากล้าทำ
10. ทำให้ตัดสินใจได้ดีและรอบคอบ อันนี้จริง เพราะถ้าคน IQ สูงแต่เครียดมักจะผิดพลาดเรื่องการตัดสินใจ
Happiness Workers จำเป็นจะต้องอยู่ในบรรยากาศการบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด
ดังนั้น ตัวละคร 3 กลุ่ม ต้องมีความสามารถและจะต้องทำงานร่วมกันกลุ่มแรก คือ CEO – ต้องเป็นคนที่มีความสุขด้วยไม่ใช่เป็น “Unhappy CEO” ก็คงไม่มีใครอยากทำงานด้วย แต่มี “Happy CEO” ก็ไม่พอต้องมี “Smart and Happy CEO” คือ รู้จักใช้ศักยภาพของเขาเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เช่น
มอบหมายงานที่เพิ่มความสุข (ท้าทาย)
ลดการขัดแย้งในองค์กร
ดูแลวัฒนธรรมองค์กรให้ไปในทางสร้างให้พนักงานเป็นเลิศให้ได้
กลุ่มที่ 2 คือ HR นอกจาก Smart HR แล้วในองค์กรยังต้องมี Smart and Happy HR” บุคคลที่ทำงานกับ Happy People ในองค์กรก็ต้องรู้จัก “ทุนแห่งความสุข” ดี
กลุ่มสุดท้าย คือ Line Managers หรือ Non-HR ก็คงจะต้องเน้นความสามารถในการบริหารพนักงานให้เปลี่ยนจาก สุขน้อย เป็น สุขมาก” หรือ “มีความสุขแล้วได้สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มที่”
Happiness Capital is your choice
ถ้ามีความสุขแล้ว Productivity จะดีหรือเปล่า