อาจารย์ดร.แสวง พูดถึงเรื่องสติ ทำให้ผมนึกถึงหลายๆ เรื่องครับ

เรื่องแรกคือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า take for granted คือทึกทักเอาว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเรานั้นมีอยู่ตลอดไป จนสิ่งเหล่านั้นหายไปนั่นแหละถึงจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นของเรา ไม่ได้เป็นสิ่งที่จะมีให้เราได้ตลอด เอาง่ายๆ เลยครับ อยู่เมืองไทย ก็มีข้าวปลาอาหารทานตลอด 24 ชม.พอมาอยู่ต่างประเทศถึงรู้ว่าเออ บ้านเขาเมืองเขาไม่ได้เหมือนเรา ต้องมีการวางแผน ต้องทำอาหารเอง ก็ทำให้นึกถึงฝีมือคุณแม่ที่บ้าน (เมื่อก่อนไม่เคยนึก)

ทีนี้มาถึงเรื่องการจัดการวิสัยทัศน์ ผมเข้าใจว่าหมายถึงความเข้าใจตัวเอง เหมือนอย่างที่คุณสิงห์ป่าสักบอกว่า เป็นการพัฒนาจากภายใน ผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมเถียงกับเพื่อนเรื่องความเข้าใจในชีวิต หมายถึงว่าบุคคลจะเข้าใจตัวเองได้ หรือจะตัดสินใจอะไรในชีวิตได้นั้นมาจากภายใน ผมไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เราก็รับความคิดจากภายนอก (ดูผมจะขัดแย้งในตัวเองอยู่พอควร) แต่นั่นหมายถึง เรารับรู้ข้อมูลต่างๆ จากภายนอก แล้วเรานำมาสังเคราะห์ ทำความเข้าใจ แยกส่วน หาความหมายของมันให้ตรงกับจริตของเรา 

ตรงนี้คือกระบวนการภายในหลังจากรับภายนอกมาครับ ผมเข้าใจว่าตรงกับองค์ความรู้ที่ฝรั่งเรียกว่า social constructvism คือกลุ่มคนร่วมกันหาความหมายของสิ่งต่างๆ แล้วร่วมกันรับความหมายนั้นๆ ไว้ 

ผมเลยขอสรุปตรงนี้ว่า ที่อาจารย์ดร.แสวงกล่าวว่า เป็นปัญหางูกินหาง เพราะทุกอย่างมันเกี่ยวพันกันไปหมด ถามว่าจุดเริ่มจุดจบอยู่ตรงไหน ผมว่ามันไม่ีมีครับ เพราะความหมายนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเริ่มได้จบได้แสดงว่าไม่มีคนใช้แล้ว คือต้องเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดอยู่ตลอดเวลา ไปฝืนมันก็มีแต่จะร้อนใจ (เช่นภาษาที่ว่าวิบัตินั้น ผมว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามสังคมและผู้ใช้มากกว่า) สรุปว่า มันหาไม่เจอครับ จุดเริ่มจุดจบ ต้องทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ มองแบบนี้ น่าจะมีกำลังใจในการเริ่มมองเข้าไปภายใน อาจารย์ว่าไหมครับ?