เมื่อเราทราบว่าที่เรากำลังพูดออกมานั้น มาจากการหยุด ใคร่ครวญ สำรวจความรู้สึกเรียบร้อยแล้ว จึงสะท้อนออกไป

Otto Scharmer เคยเปรียบเทียบไว้เสมือนกับว่าเราเดินออกมาจากวง กลายเป็นบุคคลที่สาม มองย้อนกลับไปที่วงสนทนา มองเห็นผู้ร่วมสนทนา ทั้งตัวเองด้วย อยู่ในวงนั้น

 

เมื่อถึงขณะนั้น เรา detach self opinion ออกมาได้ระดับหนึ่ง มองได้กว้างขึ้น ทั่วขึ้น และยังเห็นอะไรที่เกิดขึ้นกับความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองด้วย ทราบว่าเรากำลังจี๊ด เรากำลังเห็นด้วย เรากำลังโกรธ เรากำลังสนุก ฯลฯ ก่อนจะพูดออกไป

เรื่องกัลยาณมิตรนั้น ผมคิดว่า acid-test อยู่ที่การกล้าเตือนทั้งๆรู้ว่าคนถูกเตือนอาจจะโกรธ แต่ถ้าไม่เตือนจะเกิดผลเสีย ก็ยังกล้าเตืีอน เพราะความหวังดี take over ความ security ของความสัมพันธ์ คนที่ไม่กล้า ไม่อยากเตือนเพราะกลัวจะเสียความสัมพันธ์นัั้น แสดงว่าผลเสียอะไรจะเกิดต่อคนๆนั้นก็ช่าง ขอให้ภาพพจน์ตนเองยังดูดีจากคนๆนั้นเป็นพอ

การเตือนที่มีความเสี่ยง เราบำเพ็ญเมตตาบารมีมาพอสมควร ไม่ใช้อารมณ์ เขาจะโกรธกลับ เราก็เป็น sponge รองรับ ไม่หลบ ไม่หลีก ซึมซับความรู้สึกของเขา ในการทำ open heart แล้ว เราก็หวังว่าเขาจะทราบว่าเราเปิดใจ ถ้าถึงตอนนั้นไม่ทราบ อย่างน้อยเราได้ปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนที่รักเพื่อนไปเรียบร้อยแล้ว