จากการประชุมที่ผ่านมาได้มีการเสนอยุทธศาสตร์ ดังที่กล่าวไว้แล้ว เมื่อได้ขอมูลใหม่ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้า ก็ขอเสนอแนวทางการตอบสนองนโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
"ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารทางการศึกษาระดับสูง จะมีแนวคิดนโยบายที่จะขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาออกมาให้ระดับล่างปฏิบัติ เป็นภารกิจที่หน่วยปฏิบัติการต้องไปคิด และหาทางตอบสนองโดยเร็ว มิฉะนั้นความเป็นระดับสูงก็ไร้คุณค่า ต้องตกอยู่กับการปฏิบัติงานที่ขาดวิสัยทัศน์ แนวคิด และทิศทางในการพัฒนา ทำให้การปฏิบัติงานอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่คุณภาพที่สูงขึ้นไม่ได้ กรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ 777 หรือ ท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ให้ทิศทางการในการจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2554 ก็เช่นกัน การตอบสนองดุเหมือนจะล่าช้า ไม่ทันการ
เครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษาซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐฎ์ ตามประกาศกระทรวงศึกษาการ เรื่อง กำหนดเครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษา ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552 และได้กำลังจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก ฯพณฯ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เพื่อให้ศึกษานิเทศก์ซึ่งเป็นเป็นองค์กรทางการศึกษาที่มีหน้าหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมคุณภาพการศึกษาไทยมายาวนานตระหนักถึงความรับผิดชอบในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานต้นสังกัดซึ่งได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดยุทธศาสตร์ และแนวปฏิบัติการนิเทศเพื่อสอนงนโยบายของระดับสูง ดังนี้
นโยบายของ ฯพณฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ : " 777" พัฒนาสู่สถานศึกษายุคใหม่
1. เจ็ดแรก คือ การพัฒนา โรงเรียนดีประจำตำบลใน 4 เดือนแรก มีเป้าหมายในการดำเนินการ 7 ประการ ได้แก่
1. 1 มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เชื่อมั่นว่าทำได้จริง
1.2 มีเป้าหมายในการพัฒนานักเรียน ที่ทุกคนเข้าใจถูกต้องตรงกัน
1.3 สถานศึกษามีความสะอาด
1.4 มีบริเวณโดยรอบร่มรื่น พัฒนาให้สวยงาม
1.5 มีบรรยากาศอบอุ่นเสมือนบ้านสีสันสดใส
1.6 มีความปลอดภัย ปลอดสารเสพติด
1.7 เปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ
2. เจ็ดที่สอง คือ การพัฒนาใน 4 เดือนต่อมา ที่จะมีการพัฒนา 7 ประการ ได้แก่
2.1 มีห้องสมุด 3 ดี
2.2 มีห้องปฏิบัติการ
2.3 มีศูนย์การเรียนรู้อาชีพ
2.4 มีศูนย์กีฬาชุมชน
2.5 มีห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ
2.6. มีครูที่ใช้แหล่งเรียนรู้และใช้ไอซีที
2.7 มีการบริหารที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็น ร.ร.ดีประจำตำบล
3. เจ็ดสุดท้ายจะเป็นคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับโรงเรียนดีประจำตำบล ได้แก่
3.1 มีโรงเรียนที่มีชื่อเสียงดี มีมาตรฐานและมีคุณภาพ
3.2 มีนักเรียนที่ใฝ่รู้
3.3 โรงเรียนจะต้องมีลักษณะปลูกฝังใฝ่เรียน
3.4 โรงเรียนจะต้องปลูกฝังให้นักเรียนมีลักษณะใฝ่ดี
3.5 มีความเป็นไทย
3.6 มีสุขภาพดี
7. รักการอ่าน
ทั้งนี้ โดยมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปดำเนินการต่อ 3 เรื่อง คือ
1. พัฒนารูปแบบโรงเรียนดีประจำตำบลให้สนองตอบต่อการเป็นโรงเรียนที่ดีใกล้บ้าน ทั้งระดับปฐมวัย ระดับการเรียนร่วม และระดับการเรียนปกติ ที่มีความพร้อมอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน
2. ต้องมุ่งเน้นให้ โรงเรียนดีประจำตำบลเป็นโรงเรียน ที่มีบุคลากรที่มีความสามารถในการสอนทุกสาระการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงโรงเรียนเครือข่ายหรือโรงเรียนพี่เลี้ยงในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพื่อต่อยอดความเป็นเลิศให้กับนักเรียนในตำบล
3. ให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางที่สอดคล้องกับศูนย์การเรียนรู้ชุมชุน ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานการเรียนรู้ระดับล่างที่มีความเข้มแข็งต่อไป
นโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) (By thaipost Created 15 Sep 2553) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าที่ประชุมได้หารือถึงแผนปฏิบัติการของ สพฐ.ประจำปีงบประมาณ 2554 ที่มีจุดเน้น10 ข้อ ดังนี้
1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4
2.นักเรียนชั้น ป.3 ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้
3.เพิ่มศักยภาพนักเรียนในด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสู่ ความเป็นหนึ่งในสองของอาเซียน
4.นักเรียนทุกคนมีความสำนึกรักชาติ
5.ลดอัตราการออกกลางคัน จะต้องมีความเป็นรูปธรรมขึ้น
6.สร้างทางเลือกการเรียนรู้เชิงบูรณาการ โดยจะเน้นหลักสูตรที่มีความเชื่อมโยงกับท้องถิ่น ให้โรงเรียนจัดทำหลักสูตรทางเลือกโดยเฉพาะทักษะด้านอาชีพ
7.สถานศึกษาทุกแห่งต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน
8. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผ่านการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานในระดับดี
9. เตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ
10.เร่งพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การตอบสนองโยบาย
หากพิจารณานโยบายระดับสูงแล้ว จะเห็นว่ามีทั้งยุทธศาสตร์เชิงป้าหมาย
และกระบวนการ ดังนี้
เป้าหมายด้านคุณภาพ
1. นักเรียนชั้น ป.3 ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4
3. ศักยภาพนักเรียนในด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สู่ความเป็นหนึ่งในสองของอาเซียน
4. นักเรียนทุกคนมีความสำนึกรักชาติ
5. สถานศึกษาทุกแห่งต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน
นอกจากนั้นก็จะเป็นยุทธศาสตร์เชิงกระบวนการ ได้แก่
1. การพัฒนาโรงเรียนดีประจำตำบล
2. ลดอัตราการออกกลางคัน จะต้องมีความเป็นรูปธรรมขึ้น
3. สร้างทางเลือกการเรียนรู้เชิงบูรณาการ โดยจะเน้นหลักสูตรที่มีความเชื่อมโยง
กับท้องถิ่น ให้ โรงเรียนจัดทำหลักสูตรทางเลือกโดยเฉพาะทักษะด้านอาชีพ
4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผ่านการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานในระดับดี
5. เตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ
6. เร่งพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ยุทธศาสตร์การนิเทศเพื่อตอบสนองนโยบาย
เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ที่ครอบคลุมเป้าหมายของนโยบายระดับสูง
"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน"
การดำเนินการนิเทศตามนโยบายภายใต้การดำเนินงานของเครือข่ายการนิเทศและสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงควรมียุทธศาสตร์และแนวปฏิบัติ
1. พัฒนาโรงเรียนดีประจำตำบล
2. สร้างความสำนึกรักชาติ
3. ส่งเสริมการจัดทำ และการใช้หลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นวิชาชีพ
4. เตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
5. ส่งเสริมให้สถานศึกษาทุกแห่งผ่านการรับรองมาตรฐาน (อย่างยั่งยืน)
1. การพัฒนาโรงเรียนดีประจำตำบล โดย
1.1 จัดทำคู่มือโรงเรียนประจำตำบล
1.1.1 คู่มือแนวทางการจัดการเรียนรู้ 1.1.2 คู่มือการบริหารการเรียนรู้
1.1.3 คู่มือการนิเทศภายในและภายนอก
1.2 พัฒนาศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูแกนนำประจำศูนย์พัฒนาวิชาการ
1.3 ศึกษานิเทศก์ ครูแกนนำขยายผลไปยังโรงเรียน
1.4 ศึกษานิเทศก์ นิเทศ กำกับติดตาม สนับสนุนส่งเสริม
2. สร้างความสำนึกรักชาติ โดย
2.1 จัดทำคู่มือแนวทางการจัดการเรียนรู้ความสำนึกรักชาติ
2.2 จัดทำคู่มือแนวทางการนิเทศ
2.3 พัฒนาศึกษานิเทศก์ในระดับเครือข่ายการนิเทศ เพื่อขยายผลแก่ศึกษานิเทศก์
ในแต่ละเครือข่าย และโรงเรียนตามลำดับ
2.4 ศึกษานิเทศก์นิเทศ ติดตาม และสนับสนุน ส่งเสริม
3. ส่งเสริมการจัดทำ และการใช้หลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นวิชาชีพ
3.1 จัดทำคู่มือแนวทางการจัดทำ และการใช้หลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นวิชาชีพ
ส่งให้โรงเรียน
3.2 ศึกษานิเทศก์นิเทศ ติดตาม และสนับสนุน ส่งเสริม
4. เตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
4.1 จัดทำคู่มือแนวทางการจัดการเรียนรู้สู่ประชาคม อาเซียน
ที่มีการนำแนวคิดโรงเรียนมาตรฐานสากลไปยังทุกโรงเรียน
4.2 พัฒนาศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูแกนนำประจำศูนย์ศูนย์พัฒนาวิชาการ
4.3 ศึกษานิเทศก์ ครูแกนนำขยายผลไปยังโรงเรียน
4.4 ศึกษานิเทศก์ นิเทศ กำกับติดตาม สนับสนุนส่งเสริม
5. ส่งเสริมให้สถานศึกษาทุกแห่งผ่านการรับรองมาตรฐาน (อย่างยั่งยืน) โดยพัฒนาเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีคุณลักษณะ ดังนี้
5.1 ครูทุกคนไม่ว่าจะสอนวิชาอะไร ชั้นไหน โรงเรียนอะไร อยู่ที่ไหน ที่กำลังจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 สามารถเข้าเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำแผนการสอน หนังสือ สื่อการเรียน ข้อทดสอบ ที่อยู่ในโรงเรียนทั่วประทศอยู่แล้ว และที่จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดทำเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบด้วยเครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษา และประถมศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารการเรียนรู้โดยสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
5.2 นักเรียนทุกคน ที่ผ่านระบบการอนุญาตให้เข้าเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียนอะไร อยู่ที่ไหน ต้องการเรียนวิชาอะไร ชั้นไหน ที่กำลังจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2553 สามารถเข้าเว็บไซต์ อ่านหนังสือ สื่อการเรียนรู้ ทำข้อทดสอบ ได้ทันทีที่ต้องการ
5.3 ศึกษานิเทศก์ ประมาณ4,000 คน สามารถ นิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนรู้โดยใช้เครื่องมือทาง ICT (forum,email, blog, video conference, โครงการออนไลน์ ฯลฯ) ได้อย่าทั่วถึง และต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบด้วยระบบเครือข่ายออนไลน์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
5.4 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการข้าราชการครู สภาการศึกษา เลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน ตลอดจน
ผู้สนใจทั่วไปที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของครูเป็นรายบุคคล หรือโรงเรียน เขตพื้นที่ ผ่านผลการสอบระดับชาติ ตลอดจนแผนการสอน สื่อการเรียน แฟ้มสะสมผลงาน ของครูเป็นรายบุคคล โรงเรียน และเขตพื้นที่เพื่อบำเหน็จความดีความชอบ เลื่อนตำแหน่ง ยกย่องเชิดชูเกียรติ ได้ทันทีที่ต้องการ ผ่านเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน"
แนวทางนี้เป็นแนวคิดเบื้องต้นที่คิดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ส่วนหนึ่ง ท่านอ่านแล้วมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด หรือจะให้ข้อมคิด ข้อเสนอแนะอย่างไร ก็เชิญนะครับ