ความอ่อนแอทางการศึกษาในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นีพิจารณาจากคะแนนผลการสอบระดับชาติที่กลุ่มสาระหลักๆ
ไทย คณิต วิทย์ อังกฤษ สังคม คะแนนผลการสอบไม่เกิน 55 %
นโยบายของระดับสูงก็สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาของเราอ่อนแอ เช่น
- นักเรียนชั้น ป.3 ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้
- สถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนใน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักจะต้องเพิ่มขึ้น
อย่างน้อยร้อยละ 4
- สถานศึกษาทุกแห่งมีการพัฒนาครู และมีผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานมาตรฐานที่ 10 : ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยู่ในระดับดี / ดีมาก
แล้วจะทำอย่างไรกันดี
ก็มีการคิดกันมากมายรวมทั้งการปฎิรูปการศึกษาที่มีเขตพื้นที่ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว เพราะโรงเรียนมัธยมต้องขอแยกออกมาเป็นเขตพื้นที่มัธยม จนแยกออกมาได้ ก็ถือว่าล้มระบบการปฏิรูปที่ผ่านมาไปได้แล้วเปราะหนึ่ง
ในมิติของผมศึกษานิเทศก์วัยเกษียณที่ทำหน้ที่นี้มา 33 ปี ก็ยังเห็นคุณค่าของศึกษานิเทศก์ ซึ่งในอดีตถูกเฟ้น ถูกคัด ถูกเลือกจากครูดีมาทำหน้าที่ศึกษานิเทศก์ว่าจะชวยการศึกษาได้ แต่ทุกวันนี้เราขาดคนคัดท้ายเรือ เรือ 175 ลำถูกคนคัดท้ายเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง เรือจึงจมบ้าง ชนหน้าชนหลังบ้าง เรือเหล่านี้ไปไม่ถึงโรงเรียน บางลำจอดสนิท ผมเองต้องกระโดดจากเรือ มาขึ้นเรืออินเตอร์เน็ตเพื่อไปถึงโรงเรียน และก็ไมรู้เหมือนกันว่าถึงมากถึงน้อย แต่ก็มีแรงอยู่บ้างที่เห็นตัวเลขการเข้ามาอ่านเพ่มขึ้นอยู่บ้าง ก็ทำหน้าที่ไป เท่าที่จะทำได้ให้พอคุมกับที่ใช้เงินภาษีของประชาชน
ผมคิดอย่างนี้ครับถ้าเรามีนายท้ายคนเดียว คือ สถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นฐาน หรือ จะชื่ออะๆ ก็ได้ที่อยู่ในส่วนกลาง
คล้ายในอดีต ที่มีกรมสามัญ สปช. คอยทำหน้าที่คัดท้าย ให้เราทำงานเป็นเครือข่ายระหว่างพวกเรา เชื่อมโยงกับโรงเรียน ผู้บริหารครู ในปัจจุบันความเป็นเครือข่ายจะทำได้เข้มแข็งขึ้นด้วย ICT เว็บไต อินเตอร์เน็ต จะเป็นเครื่องมือในการระดมพลังสมอง ระดมการปฏิบัติที่ไปถึงโรงเรียนได้เร็วที่สุดในยุคปัจจุบัน หากศึกษานิเทศที่เหลืออยู่ประมาณ 4,000 คน รวมตัวกันเป็นองค์กรเดียวกันทั้งประถมและมัธยม แล้วดำเนินการตาม "ยุทธศาสตร์สถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย" ที่มีเป้าหมายการดำเนินงาน ต่อไปนี้ ก็คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยได้
(ช่วยพิจารณา และเสนอทางเลือกอื่นๆ ก็ได้ครับ นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวในเบื้องต้น หากช่วยกันปรับเพิ่มเสริมแต่ง ก็อาจจะทำให้เกิดแนวคิดอื่นๆ อีก ขอบคุณครับ)
1. ร่วมกันดำเนินการให้ ครูทุกคนไม่ว่าจะสอนวิชาอะไร ชั้นไหน โรงเรียนอะไร อยู่ที่ไหน ที่กำลังจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 สามารถเข้าเว็บไซต์องสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำแผนการสอน หนังสือ สื่อการเรียน ข้อทดสอบ ที่อยู่ในโรงเรียนทั่วประทศอยู่แล้ว และที่จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดทำเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบด้วยเครือข่ายการนิเทศการมัยมศึกษา และ ประถมศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารการเรียนรู้โดยสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. ดำเนินการให้นักเรียนทุกคน ที่ผ่านระบบการอนุญาตให้เข้าเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียนอะไร อยู่ที่ไหน ต้องการเรียนวิชาอะไร ชั้นไหน ที่กำลังจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2553 สามารถเข้าเว็บไซต์ อ่านหนังสือ สื่อการเรียนรู้ ทำข้อทดสอบ ได้ทันทีที่ต้องการ
3. ดำเนินการให้ศึกษานิเทศก์ ประมาณ 4,000 คน สามารถ นิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนรู้โดยใช้เครื่องมือทาง ICT (email, blog, video conference, โครงการออนไลน์ ฯลฯ) ได้อย่าทั่วถึง และต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบด้วยระบบเครือข่ายออนไลน์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ดำเนินการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการข้าราชการครู สภาการศึกษา เลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน ตลอดจน
ผู้สนใจทั่วไปที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของครูเป็นรายบุคคล หรือโรงเรียน เขตพื้นที่ ผ่านผลการสอบระดับชาติ ตลอดจนแผนการสอน สื่อการเรียน แฟ้มสะสมผลงาน ของครูเป็นรายบุคคล โรงเรียน และเขตพื้นที่เพื่อบำเหน็จความดีความชอบ เลื่อนตำแหน่ง ยกย่องเชิดชูเกียรติ ได้ทันทีที่ต้องการ ผ่านเว็บไซต์ของสถาบันการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีความเห็นอย่างไรช่วยวิพากษ์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ