ขอบคุณครับที่กรุณามาถามว่า มีการติดตามประเมินครูอย่างเป็นระบบหรือไม่

ผมเองไม่ได้ควรจะได้ทำ แต่ก็ยังทำไม่ได้ ในระบบของการนิเทศการศึกษาทุกวันนี้อ่อนแอครับ ศึกษานิเทศก์ของประเทศ ขาดองค์กรที่ดูแล และเข้าใจในระดับชาติ ท่านไปอ่านที่ผมเขียนไว้ในเรื่องง การนิเทศในศตวรรษที่ 21 นะครับ

อย่างไรก็ดีการติดตามประเมินครูอย่างเป็นระบบก็ไม่ได้ถูกละเลย เพราะเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหารการเรียนรู้ หรือ ผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่แล้ว

จะขอพูดถึงความยั่งยืนของความเป็นโรงเรียนในฝัน

หากจะถามว่าอะไรคือความยั่งยืนของความเป็นโรงเรียนในฝัน ในความคิดเห็นของผมก็คือองค์ความรู้ว่าด้วยแนวคิดของโรงเรียนในฝัน ซึ่งได้แก่ การตั้งเป้าหมายในการจัดการศึกษาของโรงเรียน การบริหารการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้ที่บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เป้าหมายก็คือ "ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน-ส่วนรวมได้ ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน"

การบริหารการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่การที่ผู้บริหารโรงเรียน หรือผ ู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ที่เรียกกันดั้งเดิมว่า ครูใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่จัดการให้ครูได้มีเงินเดือน มีที่ทำงาน ทำหน้าที่หัวหน้าของครู และจัดการให้ครูสอนให้ดี ดีในอดีตก็เห็นจะได้แก่ อ่านออกเขียนได้ ทำเลขเป็น ทำข้อสอบได้ มีระเบียบวินัย ถ้าในปัจจุบัน สอนดีก็คือสอนแล้ว นักเรียนมีคุณลักษณะตามเป้าหมายที่ผมกล่าวไว้แล้ว (ตามความคิดเห็นของผมนะครับ) โดยใช้ ทรัพยากร ซึ่งได้แก่ตัวครู อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้ง ICT และกระบวนการต่างๆ ที่เกิดจากความรู้ฝังลึก (tacit knowledge)ที่มีอยู่ในตัวเอง และตัวครู และความรู้จากเอกสาร ตำรา ผลงานวิจัย (explicit knowledge) มาใช้เพื่อการบรรลุเป้าหมายตามที่ผมกล่าวไว้

การจัดการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่การจัดการ (หรือจะเรียกว่าการบริหารก็น่าจะไม่ผิด)ให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร คือรู้จริง รู้ลึก รู้กว้างฯ ดังที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องที่คนที่เป็นครู ต้องผ่านการเรียนที่จะเป็นครูมาแล้ว ฝึกสอนมาแล้ว และมีประสบการณ์การสอนมาแล้วไม่มาก็น้อย ครูจึงถูกจำแนกเป็นครู คศ.1-2- 3- 4 เพื่อบ่งบอกถึงความสามารถในการสอนได้บ้าง แต่เดิมใช้คำว่าสอน ปัจจุบันจะใช้คำว่าจัดการเรียนรู้ ซึ่งหมายถึงทำหลายๆอย่าง หลายลักษณะ รวมทั้งสอน บอก อธิบาย อยู่ด้วย เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้จริง เรียนรู้แล้วไม่ลืม การไม่ใช้คำว่าสอนก็เกรงว่าจะทำให้เข้าใจว่าเป็นการบอกความรู้ เพื่อทำให้จำได้เท่านั้น

ที่ผมพูดมาในเรื่องการบริหารการเรียนรู้ และจัดการเรียนรู้ข้างต้น ก็มีการทำอยู่แล้วแต่ ก็บรรลุเป้าหมายที่ผมกล่าวถึงจะมีอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ (ซึ่งสอดรับกับคะแนนผลการสอบระดับชาติที่ทุกวิชากทุกลุ่มสาระจะไม่ถึง 50 %) เท่าที่ผมพบก็คือโรงเรียนในฝันที่ผมไปช่วยเตรียมความพร้อมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรับการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันประมาณ 30 โรงเรียน ทุกโรงเรียนที่ผ่านมาไม่ว่าประถม หรือมัธยม สะท้อนออกมาให้ผมเห็นว่า “มีคุณลักษณะตามเป้าหมายที่ผมกล่าวถึงมีน้อยจริงๆ” พอผ่านการประเมินแล้วมีให้เห็นบ้าง

หากถามว่าแล้วจะยั่งยืนไหม ความยั่งยืนที่ว่านั้นดูได้จากตรงไหน แววของความยั่งยืนอยู่ที่ท่านผู้บริหาร และคุณครูครับ ใครจะยั่งยืนมากกว่า ก็น่าจะเป็นคุณครูครับ เพราะในช่วงที่มีการซ้อมรับการประเมินนั้น เป็นโอกาสการนิเทศเชิงลึกของศึกษานิเทศก์ หรือผู้ไปให้การสนับสนุนอื่นส่วนหนึ่ง ที่ได้นำเอาสภาพจริงมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความมเข้าใจปัญหาร่วมกัน เห็นกับตาด้วยกันว่า ผลการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา ที่นักเรียนนำมาเสนอนั้นนักเรียนรู้จริงหรือไม่ สร้างองค์ความรู้ ที่แทรกอยู่ในผลงานที่นำเสนอได้จริงหรือไม่ เมื่อเห็นแล้วก็ช่วยกันคิดแก้ปัญหา แต่การคิดแก้ปัญหาช่วงเตรียมการรับการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบ ก็ไม่ได้เน้นวิธีการสอนมากนัก แต่สถานการณ์การที่เกิดขึ้นในช่วงนี้น่าจะทำให้คุณครูเรียนรู้อะไรบางอย่างที่จะไปสู่ความยั่งยืนได้บ้าง ถ้าผู้บริหารได้ติดตามดูวิธีการนิเทศตรงนี้ ก็จะนำไปสู่ความยั่งยืนได้บ้าง ส่วนนักเรียนที่นำเสนอนั้นคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่จะจำไปนานโดยเฉพาะนักเรียนมัคคุเทศก์ที่นำทางคณะผู้มาช่วยเหลือ และคณะกรรมการผู้ประเมินไปยังจุดรับการประเมิน ความยั่งยืนจึงน่าจะฝังลึกในนักเรียนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียน เว้นเสียแต่ว่าโรงเรียนให้นักเรียนหยุดการเรียน เพราะเกรงว่าถ้ากรรมการออกนอกเส้นทางแล้วสุ่มถามนักเรียน นักเรียนก็จะตอบไม่ได้ ถ้ามีแนวคิดอย่างนี้อยู่ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง ย้ำอีกครั้งว่าไม่ถูกต้อง ผมคงไม่ต้องอธิบายเหตุผลนะครับ

ในปี 2553 นี้ เป็นการเริ่มต้นของโรงเรียนในฝันรุ่นที่ 3 จึงอยากเห็นรุ่นนี้ดำเนินการที่ไม่เน้นการซ้อมเพื่อรับการประเมิน แต่ให้เน้นการสอนให้บรรลุเป้าหมายด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้จริงๆ ของคณะครู ภายใต้ฝีมือการบริหารการเรียนรู้จริงๆ ของผู้บริหารแล้วนำผลงานที่นักเรียนรู้จริงฯ มานำเสนอเพื่อรับการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน ถ้าทำกันอย่างนี้ได้ ก็จะทำให้มั่นใจในความยั่งยืนเพิ่มขึ้น