มีเส้นทางในการเดินไหมครับ ว่าจะตัดถนนผ่านเส้นใด พื้นที่ใด แล้วความกว้างของถนนที่ตัดผ่าน ในบริเวณกี่เมตรครับ ผ่านพื้นที่ใดบ้าง ป่าไม้ พื้นที่อนุรักษ์ ชุมชนใดบ้าง ภูเขาอย่างไร สูงต่ำอย่างไร ตรงนี้ มีอะไรให้ต้องคิดเยอะมากๆ ครับ แล้วรถที่วิ่งในบนเส้นถนนนั้น เป็นการขนสินค้าอะไรครับ มีแผนการส่งในปัจจุบันอยู่แล้วเป็นอย่างไร ผลต่างระหว่างการทำกับไม่ทำ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อชุมชน การเปลี่ยนแปลงของชุมชน มีใครบ้างที่จะใช้เส้นทางเหล่านั้น แล้วถนนเดิมมีอยู่ไหมหรือว่าจะตัดผ่านกันใหม่ตามโครงการ
555...ถามเสียพี่ตอบไม่ทันเลยนะน้องรัก...ตอบอันหลังเลยดีกว่า... <li>
โครงการนี้คิดมานานกี่ปีแล้วครับ </li>
คิดกันมาตั้งแต่ก่อนฟองสบู่แตก ปี 2540 แล้วครับ...โดยแยกเป็นสองฝ่าย(ที่พยายามจับมือกัน)คือฝ่ายเศรษฐกิจ(โดยชมรมหอการค้า East-West Corridor)กับฝ่ายประชาสังคม(ชมรมศึกษาเพื่อพัฒนาสี่แยกอินโดจีน )
แนวคิดเรื่อง East-West Corridor น่าจะมีมานานกว่านั้นครับ...เหตุผลเพราะว่าเส้นทางที่จะตัดประเทศไทยเป็นคอคอดกระถูกแบนหลายรอบ(ซึ่งมีอีกหลายโครงการเกิดขึ้นตามมาดังที่น้องเม้งเข้าไปในเวบเขาแล้ว)...
ประตูตะวันออกสู่ตะวันตกที่เป็นเส้นทางถนน(ตามแผนที่สีเขียวเส้นประ)จึงเริ่มมีแนวคิดเกิดขึ้นอย่างจริงจัง...โดยทั้งสองกลุ่ม(ชมรมหอการค้า/ประชาคมสี่แยกอินโดจีน) ได้ใช้เวทีของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ...เสนอเป็นยุทธศาสตร์ชาติ...และได้มีการรับรองยุทธศาสตร์นี้เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาล...ในเวลาต่อมา...
หลังจากนั้นก็เกิดการเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจทั้ง 4 ประเทศ(พม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม) โดยหอการค้า(อาจเป็นเพราะว่าประชาคมในอีก 3 ประเทศไม่มีตัวตนให้จับต้องได้...หรือเราไม่รู้จักเขาเอง..อิอิ)
ผ่านมาช่วงกลางรัฐบาลทักษิณ1...การส่งเสริมการค้าเสรีทำให้ทั้ง 4 ประเทศได้มีโอกาสประชุมร่วมหลายครั้ง และมีข้อตกลงร่วมจากธนาคารแห่งเอเชีย(ADB) ที่จะให้การสนับสนุนกู้ยืมเพื่อสร้างเส้นทาง East-West Corridor (ได้ข่าวว่ามีการติดตามประเมินการโกงกินเงินกู้ด้วย...คนไทยติดอันดับต้น ๆ เช่นเคย...555)
ประเทศไทยสร้างถนนไปแล้วประมาณ 20 %(อันนี้พี่คาดเอาเอง) ได้ข่าวว่าลาวทำได้มากกว่าเราเยอะ...รวมทั้งเวียดนามด้วย...ส่วนพม่ายังไม่ได้ทำอะไรมาก(ไปตากมาดูสะพานที่แม่สอด...ดีเยี่ยมชั้น1 แต่ข้ามไปที่พม่า...เหมือนเดิม)อาจเป็นเพราะเขามีเนื้อที่ต้องทำถนนน้อย...อิอิ
มาที่ฟากฝ่ายประชาคม...เราพยายามส่งตัวแทนเข้าไปร่วมกับฝ่ายการค้า(ส่งไปน้อยก็ถูกกลืนหมดนะ..พี่ว่า...อิอิ) แต่เราก็พยายามขับเคลื่อนภายในประเทศ...โดยประธานสถาบันฯ พล.อ.ดร.ศิริ ทิวะพันธ์ มีความพยายามประสานทั้งสองฝ่าย...ท่านได้เขียนหนังสือ วิสัยทัศน์สี่แยกอินโดจีน 2020 รายละเอียดมากกว่าที่พี่เล่าเยอะ...
เราจะเป็นเพียงทางผ่านให้ชาติอื่นวิ่งผ่านหน้าบ้าน ในบ้านเรา หรือเปล่าครับ หรือว่าเราจะใช้เส้นทางนี้ ในการขนส่งด้วย เราเตรียมอะไรที่จะขนส่งบนเส้นทางนี้ครับ แล้วอะไรคือความยั่งยืน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราคิดหนัก...มีผู้รู้นักคิดหลายคน(ซึ่งก็มองเรื่องเศรษฐิกเป็นหลัก)เขาเชื่อว่า...นี่เป็นการแย่งชิงพื้นที่การค้าจากสิงค์โปรอย่างน้อยครึ่งนึงของค่าต๋งเรือที่จอดสิงค์โปร์จะหายไปทันที(คล้ายกับว่าเป็นจุดจบท่าเรือเอกของโลกว่างั้นเถอะ..555)
แต่ปัญหาคือ วิสัยทัศน์ของสิงค์โปรไปไกลกว่าเราอย่างห่างชั้น...(เพราะเขามีนักสร้างงานมากกว่าชาติอื่นในแถบนี้...ของเรามีแต่คนงาน...เศร้าจริง...อ้างอิงจาก Dare to fail ของบิลลี่ ลิม) เขาวางแผนมาสร้างงานให้เราแล้วครับ...
ส่วนฟากฝ่ายประชาคมเราก็เลยมุ่งหน้าสู่การสร้างความแข็งแกร่ง ความเข้มแข็งของชุมชน สังคม...เพื่อป้องกันการกลับไปซ้ำรอยประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจล้ม...(เรามีตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งหลายแห่ง(ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง)ที่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้...อย่างน้อย 1 ปี ถ้าเศรษฐกิจของประเทศล้ม...เราจึงอยากให้มีชุมชนแบบนี้ทั่วประเทศ...โดยเฉพาะภูมิภาคนี้)
ที่เหลือเดี๋ยวมาต่อนะครับ...ชักมันส์...555
</font>